มติชน - ต่างประเทศ

Subscribe to มติชน - ต่างประเทศ feed
ข่าวการเมือง เศรษฐกิจ กีฬา บันเทิง-ศิลปวัฒนธรรม ต่างประเทศ การศึกษา
Updated: 19 min 1 sec ago

อี-พาสปอร์ตเฟส 3 อัดแน่นมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมให้บริการประชาชนทั่วไทย

26 min ago

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานในการเปิดสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ขณะที่ในอีกไม่กี่วันต่อมา นายชัยสิริ อนะมาน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้เป็นประธานเปิดสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวใหม่ที่กรมการกงสุลจะเปิดเพิ่มเติมในปีนี้ทั่วประเทศอีก 7 แห่ง นับจนถึงปัจจุบันได้เปิดดำเนินการไปแล้ว 4 แห่งคือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวบุรีรัมย์ นครศรีธรรมราช ปทุมวัน และบางใหญ่ ส่วนอีก 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวธัญบุรี เพชรบุรี และหนองคาย จะเปิดให้บริการในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า

กระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มให้บริการหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ หรืออี-พาสปอร์ตระยะที่ 3 มาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม หลังจากกิจการค้าร่วม DGM เป็นผู้ชนะประกวดราคาเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีคุณลักษณะด้านความปลอดภัยและเก็บข้อมูลชีวมาตรเพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ่งจะทำให้หนังสือเดินทางไทยยากต่อการปลอมแปลง อาทิ การสร้างภาพเสมือนจริงของผู้ถือหนังสือเดินทางบนหน้าข้อมูลถึง 3 จุด มีการพิมพ์ลายนูนบนหน้าข้อมูลเป็นลายประจำยาม เลขที่หนังสือเดินทางและลายมือชื่อของผู้ถือหนังสือเดินทางจะสลักด้วยเลเซอร์ผิวสัมผัสนูน และยังมีโฮโลแกรมชนิดที่ใช้ในหนังสือเดินทาง เป็นต้น

นายดอนกล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวันว่า การเปิดศูนย์ในวันนี้เป็นการนำการบริการของกระทรวงเข้ามาใกล้กับศูนย์กลางของเมืองหลวง ขณะที่เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ก็เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ถือเป็นความภาคภูมิใจเพราะนักท่องเที่ยวต้องมาเมื่อมาถึงไทย การเปิดศูนย์แห่งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และจะให้บริการประชาชนในหลายเรื่อง โดยนอกจากการออกหนังสือเดินทางแล้ว ในอนาคตยังจะให้บริการด้านเอกสารและนิติกรอีกด้วย อย่างไรก็ดีแม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้มีผู้มาทำหนังสือเดินทางลดน้อยลง แต่เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติก็จะมีประชาชนมาใช้บริการทำหนังสือเดินทางมากขึ้นเป็นหลายพันคนต่อวัน การเดินหน้าเปิดสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวทั่วประเทศเพิ่มเติมของกรมการกงสุลก็จะเป็นไปตามกรอบเวลาที่มีมาแต่เดิมจนครบทั้ง 25 แห่งในปีนี้

นายดอนกล่าวว่า หนังสือเดินทางถือเป็นเอกสารสำคัญเทียบเท่ากับบัตรประชาชนที่เราสามารถนำไปใช้ได้ทั่วโลก โดยอี-พาสปอร์ตระยะที่ 3 นี้มีการเปลี่ยนโฉมให้ดีขึ้นและปลอมแปลงยาก เป็นที่น่าภาคภูมิใจของผู้ถือหนังสือเดินทางไทย แต่จะให้ภาคภูมิใจได้ถึงที่สุด หนังสือเดินทางไทยต้องมีอำนาจในตัวเองคือได้รับการยอมรับในการเดินทางเข้าประเทศต่างๆ โดยไม่ต้องมีวีซ่า ซึ่งการพาตัวเราให้เข้าไปอยู่ในจุดนั้นได้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเอกสาร แต่ที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวผู้ถือหนังสือเดินทางว่าจะทำให้หนังสือเดินทางไทยไปอยู่ในจุดที่เราคาดหวังได้หรือไม่

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวด้วยว่า ในส่วนของสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศก็จะมีการเพิ่มคุณค่าของงานที่ทำนอกเหนือจากงานกงสุลแล้วยังรวมถึงงานด้านสารัตถะตามภารกิจของจังหวัดต่างๆ และยังเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ให้จังหวัดต่างๆ มีความพร้อมในด้านการต่างประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ยังจะสามารถไปบรรยายให้กับสถานศึกษาได้เข้าใจงานด้านต่างประเทศ ให้เด็กและเยาวชนได้รับรู้วาระแห่งโลก อาทิ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดต่อไป

นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ยกระดับการบริการหนังสือเดินทางในโครงการอี-พาสปอร์ตระยะที่ 3 ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ การลดระยะเวลาที่ใช้ในการผลิตเล่มหนังสือเดินทางจาก 2 วัน เป็น 1 วัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับเล่มหนังสือเดินทางเร็วขึ้น มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลโดยการเก็บภาพม่านตาควบคู่กับภาพใบหน้าและลายนิ้วมือ ทำให้การปลอมแปลงหรือสวมตัวทำได้ยากขึ้น และแม้จะมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น กระทรวงก็ไม่ได้ละเลยเรื่องความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานสากล ISO27001 จึงขอให้มั่นใจว่าข้อมูลของประชาชนไทยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดตามมาตรฐานที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

อี-พาสปอร์ตระยะที่ 3 ยังมีการเพิ่มจุดรับคำร้องหนังสือเดินทางในสำนักงานทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสะดวกขึ้น และสิ่งที่กระทรวงมีความภูมิใจคือ การบริการติดแผ่นใสพิมพ์อักษรเบรลล์ในหนังสือเดินทางแก่ผู้สูญเสียการมองเห็น เพื้อให้คนไทยทุกคนและทุกกลุ่มเข้าถึงบริการและได้รับความสะดวกมากที่สุด ซึ่งได้มีการให้บริการกับผู้สูญเสียทางมองเห็นรายแรกไปแล้วในวันที่ 8 กรกฎาคม คือ นายเพชรัตน์ เตชวัชรา ที่มาทำหนังสือเดินทางที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน โดยได้มีการนำเล่มไปมอบให้กับนายเพชรัตน์แล้วที่มูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอด

กระทรวงยังเพิ่มทางเลือกในการชำระค่าธรรมเนียมด้วย QR code บัตรเครดิต และเดบิตให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบัน อีกทั้งมีแผนจะติดตั้งเครื่องรับคำร้องหนังสือเดินทางด้วยตนเองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงหลังเวลาราชการ ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มติดตั้งเครื่องดังกล่าวได้ภายในปลายปีนี้

สำหรับรูปแบบหนังสือเดินทางรุ่นใหม่มีการพลิกโฉม ทั้งในแง่ของคุณลักษณะด้านความปลอดภัยของหนังสือเดินทาง และความสวยงามด้วยอัตลักษณ์ของประเทศไทย โดยมีการพิมพ์ภาพสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ ซึ่งในการออกแบบรูปเล่มนี้ กระทรวงได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญของกรมศิลปากรและธนาคารแห่งประเทศไทย

ส่วนประเด็นการขยายอายุหนังสือเดินทางจาก 5 ปี เป็น 10 ปี สำหรับผู้บรรลุนิติภาวะที่มีคนรอคอยเป็นจำนวนมากนั้น ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างการแก้ไขระเบียบให้รองรับ และคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือกันยายนนี้

อธิบดีกรมการกงสุลกล่าวว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการหนังสือเดินทางรุ่นใหม่ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมเป็นต้นมา ในภาพรวมการให้บริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และประชาชนให้ความสนใจและเดินทางมายื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางอย่างต่อเนื่องทุกสำนักงาน แม้ว่าช่วงนี้ยังมีข้อจำกัดด้านการเดินทางระหว่างประเทศก็ตาม คาดว่าหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง และการเดินทางระหว่างประเทศกลับสู่ภาวะปกติ ความต้องการในการทำหนังสือเดินทางจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระทรวงและกิจการค้าร่วม DGM ก็พร้อมที่จะให้บริการและผลิตหนังสือเดินทางอย่างเต็มศักยภาพต่อไป

The post อี-พาสปอร์ตเฟส 3 อัดแน่นมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมให้บริการประชาชนทั่วไทย appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Foreign

บัวแก้วเผยนักการทูต-จนท.สถานทูตไทยในซาอุฯ-บาห์เรนติดโควิด

Sun, 08/09/2020 - 18:53
นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีการติดเชื้อโรคโควิด-19 ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบียว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของสถานทูตซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เข้ารับการตรวจเชื้อโรคโควิด-19 และได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ 1 คน อาการไม่รุนแรงมากนักและได้รับการรักษาตัวที่บ้านพักภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยสถานทูตจะเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้มาขอรับบริการต่างๆ ของสถานทูตตลอดจนบุคลากรทุกคน สถานทูตจึงของดให้บริการด้านกงสุลจนถึงวันที่ 22 สิงหาคมนี้ และขอเลื่อนการดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับเที่ยวบินพิเศษออกไปก่อน ทั้งนี้สถานทูตจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะจัดให้มีเที่ยวบินพิเศษกลับประเทศไทยในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะประกาศขั้นตอนและแนวทางการดำเนินการต่างๆ ให้คนไทยในบาห์เรนทราบอีกครั้งเมื่อสถานการณ์มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น นายเชิดเกียรติกล่าวว่า ด้านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด รายงานการติดตามอาการข้าราชการ 1 คน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น 1 คน ที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ว่า ได้รับการดูแลอย่างดีจากแพทย์ โดยข้าราชการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอาการยังไม่รุนแรงมากและพักรักษาตัวที่บ้านพัก ทั้งนี้แพทย์ไทยจากกรมการแพทย์ได้ช่วยให้คำแนะนำและให้กำลังใจผู้ติดเชื้อทางแอพพลิเคชั่นไลน์อย่างสม่ำเสมอด้วย ทั้งนี้สถานทูตได้แจ้งให้ผู้ประสงค์จะขอรับบริการด้านกงสุลหรือขอความช่วยเหลือในเรื่องใดๆ ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า เพื่อเป็นไปตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคด้วย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลคนไทยในต่างประเทศ โดยมีสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศเป็นด่านหน้า ได้ให้การดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพของคนไทยกว่า 1.6 ล้านคนทั่วโลก ไม่เคยละทิ้ง ทั้งผ่านการเยี่ยมเยียน การแจกถุงยังชีพ การพูดคุยผ่านระบบทางไกล การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจผ่านทางออนไลน์  การประสานกับหน่วยงานเจ้าบ้านในการดูแลคนไทย รวมทั้งคนไทยที่เจ็บป่วยหรือติดเชื้อ และอำนวยความสะดวกคนไทยเดินทางกลับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องอย่างสุดความสามารถ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ทั่วโลก ซึ่งนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2563 ได้นำคนไทยซึ่งติดค้างอยู่ในต่างประเทศกลับประเทศไทยกว่า 67,000 คนแล้ว และยังคงเดินหน้านำคนไทยกลับประเทศอย่างปลอดภัย นายเชิดเกียรติกล่าวว่า อย่างไรก็ดี​บุคลากรข​องกระทรวงการ​ต่างประเทศ​ได้ทำงานอย่างทุ่มเทและเสียสละตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา​ในสภาวะเสี่ยง กระทรวงการต่างประเทศจึงมีความห่วงใยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่อยู่ด่านหน้าในต่างประเทศ และต้องเผชิญความเสี่ยงจากการติดโรคในขณะที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลคนไทย จึงได้กำชับให้ทุกสำนักงานดูแลสวัสดิภาพของบุคลากรอย่างดีที่สุดด้วย และขอแนะนำให้คนไทยในต่างประเทศดูแลสุขอนามัย และปฏิบัติตามมาตรการของแต่ละท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

The post บัวแก้วเผยนักการทูต-จนท.สถานทูตไทยในซาอุฯ-บาห์เรนติดโควิด appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Foreign

มอริเชียส ประกาศภาวะฉุกเฉินทางระบบนิเวศ เหตุเรือน้ำมันเกยปะการังรั่วไหล

Sun, 08/09/2020 - 17:55
มอริเชียส ประกาศภาวะฉุกเฉินทางระบบนิเวศ เหตุเรือน้ำมันเกยปะการังรั่วไหล

รัฐบาลมอริเชียส ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทางระบบนิเวศเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากเกิดน้ำมันรั่วไหลออกจากเรือบรรทุกน้ำมันที่เกยแนวปะการัง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศมอริเชียส เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เนื่องจากน้ำมันส่งผลกระทบกับระบบนิเวศในทะเลในมหาสมุทรอินเดยอย่างรุนแรง

รัฐบาลมอริเชียส ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินหลังจากเรือ เอ็มวี วาคาชิโอ ที่มีบริษัทงางาชิกิ ชิพปิ้ง เป็นเจ้าของ เกิดแล่นเกยแนวปะการัง นอกชายฝั่งประเทศมอริเชียส ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีน้ำมันรั่งไหลลงทะเล

ด้านกลุ่มกรีนพีซ กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมระบุว่า เหตุน้ำมันรั่วไหลดังกล่าวนับเป็นวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศมอริเชียส ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นคราบน้ำมันรั่วไหลออกมาโดยรอบเรือและมีน้ำมันบางส่วนถูกซัดขึ้นฝั่งแล้ว

ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสส่งเครื่องบินจากเกาะรีอูนิยง ดินแดนในปกครองของฝรั่งเศส พร้อมกับเครื่องมือในการควบคุมการรั่วไหลของน้ำมันในทะเลแล้ว

The post มอริเชียส ประกาศภาวะฉุกเฉินทางระบบนิเวศ เหตุเรือน้ำมันเกยปะการังรั่วไหล appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Foreign

ยอดติดเชื้อ โควิด-19 ทั่วโลกพุ่งไม่หยุด ใกล้แตะ 20 ล้านราย

Sun, 08/09/2020 - 16:23
ยอดติดเชื้อ โควิด-19 ทั่วโลกพุ่งไม่หยุด ใกล้แตะ 20 ล้านราย

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เว็บไซต์ เวิร์ลโดมิเตอร์ ซึ่งเก็บรวบรวมสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากทั่วโลกรวมทั้งจากรายงานสถานการณ์ขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 จนถึงวันที่ 9 สิงหาคมนี้ในกว่า 200 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก เพิ่มขึ้นเป็น 19,806,285 คนแล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 729,591 คน ในขณะที่มีผู้หายป่วยแล้ว 12,722,931 คน
สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดมากที่สุดในโลกที่ 5,149,723 คน จำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 165,070 คน ต่อด้วย บราซิลมีผู้ติดเชื้อสะสม 3,013,369 คน เสียชีวิต 100,543 คน, อินเดีย มีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 2,153,010 คน เสียชีวิต 43,453 คน

แนวโน้มที่น่าสนใจก็คือ หลายประเทศในยุโรปเริ่มกลับมามีการระบาดใหม่อีกครั้ง รวมทั้งเยอรมนี ซึ่งสถาบันโรคติดเชื้อโรเบิร์ต คอช แถลงในวันเดียวกันนี้ว่า เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อเพิ่มในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาถึง 555 ราย ทำให้ยอดรวมผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 215,891 ราย นอกจากนั้นยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตรวมเพิ่มเป็น 9,196 ราย

ที่ประเทศจีน มีรายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้าเพียง 23 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อจากการระบาดภายในประเทศ 15 รายและเป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางจากต่างประเทศ 8 ราย

คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนระบุว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมามีผู้ที่หายป่วยกลับบ้านได้อีก 45 ราย ทำให้หลงเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลจีนเพียง 817 ราย แต่ในจำนวนนี้มี 43 รายเท่านั้นที่มีอาการรุนแรง

ส่วนที่เม็กซิโก กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 6,495 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเพิ่มเป็น 475,902 ราย นอกจากนั้นยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 695 รายทำให้ สถิติเสียชีวิตเพิ่มเป็น 52,006 ราย ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ต่อจากสหรัฐอเมริกาและบราซิล

The post ยอดติดเชื้อ โควิด-19 ทั่วโลกพุ่งไม่หยุด ใกล้แตะ 20 ล้านราย appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Foreign

ปารีสเข้มออกกฎ ไม่สวมหน้ากากปรับ 5,000 บาท

Sun, 08/09/2020 - 16:07
ปารีสเข้มออกกฎ ไม่สวมหน้ากากปรับ 5,000 บาท

รอยเตอร์รายงานว่า ทางการกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมนี้ กำหนดพื้นที่สาธารณะซึ่งไม่ว่าผู้เป็นชาวปารีสเองหรือนักท่องเที่ยว ที่มีอายุ 11 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา เมื่ออยู่ภายนอกสถานที่ ซึ่งรวมทั้งพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำแซน หรือตลาดกลางแจ้งทั่วกรุงปารีส ยกเว้นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเช่น หอไอเฟล, ประตูชัย และย่านชองปส์เซลิเซส์ ที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อพื้นที่คุมเข้มการสวมหน้ากากดังกล่าว

คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทางการพบว่า มีการระบาดหมุนเวียนเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งในกรุงปารีสและแถบชานเมืองหลวงซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนยากจน โดยอัตราการตรวจหาเชื้อแล้วพบเป็นบวก ซึ่งแสดงถึงการติดเชื้อในพื้นที่กรุงปารีสนั้นสูงถึง 2.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยทั่วประเทศซึ่งอยู่ที่ระดับเพียง 1.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่หลายประเทศในยุโรปก็พบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในประเทศสูงขึ้นมาอีกครั้งหลังมีการผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดลง

ทั้งนี้ ผู้ที่ละเมิดคำสั่งไม่สวมหน้ากากในพื้นที่ควบคุม จะถูกปรับเป็นเงิน 135 ยูโร หรือราว 5,000 บาท แต่หากละเมิดซ้ำๆตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 1 เดือนที่คำสั่งนี้บังคับใช้ โทษจะเพิ่มเป็นจำคุกถึง 6 เดือน
ทั้งนี้นอกเหนือจากปารีสแล้ว ยังมีอีกหลายเมืองที่มีคำสั่งทำนองเดียวกัน รวมทั้ง ตูลูส, ลีล และ เบร์ริตซ์

The post ปารีสเข้มออกกฎ ไม่สวมหน้ากากปรับ 5,000 บาท appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Foreign

แพทย์อินเดีย ดับสังเวยโควิด-19 แล้ว 196 ราย

Sun, 08/09/2020 - 15:26
แพทย์อินเดีย ดับสังเวยโควิด-19 แล้ว 196 ราย

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมนี้ แพทยสมาคมแห่งอินเดีย ทำจดหมายเปิดผนึกถึง นายนเรนทรา โมดี้ นายกรัฐมนตรีอินเดีย เรียกร้องให้เอาใจใส่ดูแลต่อบรรดาแพทย์และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์รวมถึงครอบครัว ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ หลังจากเปิดเผยว่า มีแพทย์อินเดียมากถึง 196 คนเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างการทำหน้าที่

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขอินเดียแถลงในวันเดียวกันว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่เพิ่มขึ้น 64,000 คนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ยอดรวมของผู้ติดเชื้อในอินเดียเพิ่มเป็น 2,153,010 คนแล้ว โดยที่ยังมีผู้ป่วยต้องรับการักษาพยาบาลอยู่มากถึง 628,747 คนเป็นอย่างน้อย พร้อมกันนั้นก็มีผู้เสียชีวิตจากโควิดเพิ่มอีก 861 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตรวมของอินเดียเพิ่มเป็น 43,379 รายแล้ว

ทั้งนี้เมื่อเวลา 05.00 น.วันเดียวกัน ที่เมืองวิชัยวัต ในรัฐอานธระประเทศ ทางตอนใต้ของอินเดีย เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งถูกดัดแปลงใช้เป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 เป็นการชั่วคราว ยังผลให้มีผู้ป่วยโควิด-19 ที่พักรักษาตัวอยู่ 11 รายเสียชีวิต และอีก 22 รายได้รับบาดเจ็บต้องส่งตัวไปรับการรักษาในโรงพยาบาลก่อนที่จะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า สาเหตุอาจมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

The post แพทย์อินเดีย ดับสังเวยโควิด-19 แล้ว 196 ราย appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Foreign

นิวซีแลนด์ ปลอดโควิด-19 ครบ 100 วัน รัฐบาลเตือนปชช.เริ่มการ์ดตก

Sun, 08/09/2020 - 15:19
นิวซีแลนด์ ปลอดโควิด-19 ครบ 100 วัน รัฐบาลเตือนปชช.เริ่มการ์ดตก

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมนี้ว่า นายแพทย์ แอชลีย์ บลูมฟีลด์ ผู้อำนวยการด้านสาธารณสุขนิวซีแลนด์ แถลงเตือนเนื่องในวาระที่นิวซีแลนด์ ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศมานานต่อเนื่องกันครบ 100 วันในวันเดียวกันนี้ โดยนายแพทย์แอชลีย์ เรียกร้องต่อประชาชนชาวนิวซีแลนด์ทั่วไปว่า ต้องไม่ประมาท และยกตัวอย่างการกลับมามีการระบาดของโรคโควิด-19 อีกครั้งหลังจากที่ไม่พบผู้ป่วยเป็นเวลานานทั้งใน เวียดนาม และ ออสเตรเลีย

การออกมาเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นหลังจากพบว่า ชาวนิวซีแลนด์ซึ่งกลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้วในเวลานี้ ท่ามกลางความวิตกของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หลังพบว่า บางคนปฏิเสธที่จะเข้ารับการตรวจหาเชื้อ , อีกส่วนหนึ่งไม่ยอมติดตั้งแอพพลิเคชันสำหรับการติดตามแกะรอย และเริ่มมีคนจำนวนมากละเลย ไม่ใส่ใจกฏสุขอนามัยพื้นฐานในยามนี้

The post นิวซีแลนด์ ปลอดโควิด-19 ครบ 100 วัน รัฐบาลเตือนปชช.เริ่มการ์ดตก appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Foreign

เลบานอนลุกฮือ หลังสารเคมีบึ้มกลางกรุง ประกาศไล่นักการเมือง ดับแล้ว 1 เจ็บนับร้อย

Sun, 08/09/2020 - 13:55
เลบานอนลุกฮือ หลังสารเคมีบึ้มกลางกรุง ประกาศไล่นักการเมือง ดับแล้ว 1 เจ็บนับร้อย

ชาวเลบานอนที่โกรธแค้นออกมาประท้วงไล่นักการเมือง หลังเกิดเหตุการณ์สารเคมีอันตรายระเบิดที่โกดังในท่าเรือกรุงเบรุตโดยกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมาก บุกอาคารกระทรวงต่างๆหลายแห่งในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 117 ราย และมีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตแล้ว 1 นาย

เหตุระเบิดที่ท่าเรือใจกลางกรุงเบรุตเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่งคลื่นกระแทกสร้างความเสียหายไปถึงครึ่งเมือง มีผู้เสียชีวิต 158 ราย และยังมีอีก 21 รายที่ยังคงหายสาบสูญ มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 6,000 คน เกิดขึ้นซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจของประเทศเลเบานอน ที่กำลังย่ำแย่ผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนนับหมื่นตัวกันประท้วง ในหลายพื้นที่ โดยมีผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งบุกเข้ากระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพลังงานและกระทรวงเศรษฐกิจในกรุงเบรุต

กลุ่มผู้ประท้วงมีเป้าหมายในการขับไล่บรรดานักการเมืองที่ปกครองเลบานอนมานานหลายสิบปี และกลุ่มนักการเมืองท่ประชาชนมองว่าเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุระเบิดครั้งล่าสุด

สื่อท้องถิ่นเผยแพร่ภาพกลุ่มผู้ประท้วงที่ใช้ก้อนหินขว้างใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนซึ่งใช้กระสุนยาง แก๊สน้ำตา และมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ
ด้านสถานเอกอัครราชทูต สหรัฐประจำกรุงเบรุต ออกแถลงการณ์ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐสนับสนุนสิทธิของผู้ชุมนุมในการประท้วงโดยสันติ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้นและหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ยังทวีตข้อความด้วยว่า ประชาชนชาวเลบานอน สมควรได้รรับผู้นำที่ฟังประชาชนและเปลี่ยนทิศทางตอบสนองกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่เพื่อความโปร่งใสและการนำตัวผู้รับผิดชอบมาลงโทษ

ทั้งนี้การประท้วงดังกล่าวนับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศเลบานอน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ช่วงเวลาที่ประชาชนหลายพันคนลงมาประท้วงบนท้องถนนต่อต้านการทุจริต ไร้หลักธรรมาภิบาล และการบริหารงานที่ผิดพลาด

The post เลบานอนลุกฮือ หลังสารเคมีบึ้มกลางกรุง ประกาศไล่นักการเมือง ดับแล้ว 1 เจ็บนับร้อย appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Foreign