มติชน - เศรษฐกิจ

Subscribe to มติชน - เศรษฐกิจ feed
ข่าวการเมือง เศรษฐกิจ กีฬา บันเทิง-ศิลปวัฒนธรรม ต่างประเทศ การศึกษา
Updated: 40 min 53 sec ago

‘เซ็นทรัล รีเทล’ แจงไตรมาส 1/64 ผลประกอบการฟื้นแตะ 90% เกือบปกติก่อนเกิดโควิด-19

2 hours 29 min ago
‘เซ็นทรัล รีเทล’ แจงไตรมาส 1/64 ผลประกอบการฟื้นแตะ 90% เกือบปกติก่อนเกิดโควิด-19

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เซ็นทรัล รีเทล ยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่งภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายและไม่แน่นอน ด้วยจุดแข็งขององค์กรในด้านบุคลากรที่มีศักยภาพ และมี Growth Mindset ที่พร้อมเติบโตไปกับองค์กร รวมถึงการเป็นผู้ริเริ่ม และกลายเป็นผู้นำด้านออมนิแชแนล ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการทำธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งใช้ความได้เปรียบจากพอร์ตธุรกิจที่มีความหลากหลาย และความยืดหยุ่น ทำให้ธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และความสามารถในการรวมพลังของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และโรบินสัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านไลฟ์สไตล์ และแฟชั่น พร้อมเร่งเครื่องขยายไทวัสดุ และท็อปส์ มาร์เก็ต ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และขยายสู่ประเทศเวียดนาม อีกทั้งยังผนึกกำลังกับซีโอแอล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์ม B2B ส่วนตลาดเวียดนาม เรายังขยายในกลุ่มธุรกิจฟู้ด และศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ผ่านการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และการดูแลอย่างใกล้ชิดในด้านกระแสเงินสด พร้อมทั้งมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการเข้าซื้อธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อเสริมพอร์ตของบริษัทให้หลากหลาย ทั้งนี้เซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดมั่นวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาวตามแผนที่ได้วางไว้ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายญนน์ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้ถือว่ารุนแรงกว่าทุกครั้ง แต่ด้วยความแข็งแกร่งของ New Central Retail Lifestyle & Food Platform ซึ่งประกอบด้วย Central โมบายล์แพลตฟอร์ม ที่เป็น Everyday Lifestyle Application รวมทุกกลุ่มสินค้าน็อนฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทลครบในที่เดียว ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า The 1 กว่า 18 ล้านราย และลูกค้าใหม่ๆ ที่ต้องการความง่าย สะดวก รวดเร็ว และตอบรับเทรนด์การอยู่บ้าน ด้วยการเพิ่มสินค้ากลุ่ม @Home Platform ทั้งในหมวด Live Learn Work ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้สามารถสร้างยอดขายให้ เซ็นทรัล รีเทล ได้กว่า 50% ในไตรมาสที่ 1/2564 นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอย่าง ท็อปส์ ออนไลน์, ควิกคอมเมิร์ซ และให้บริการ Personal shopper แก่ลูกค้าทุกคน ขณะเดียวกันในส่วนของห้างร้าน และศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล ก็ยังคงยกระดับมาตรการความสะอาด และปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจทุกครั้งที่มาใช้บริการ

นายญนน์ กล่าวว่า จากปัจจัยที่แข็งแกร่งข้างต้น ทำให้เซ็นทรัล รีเทล สามารถพลิกไตรมาส 1 ฟื้นเกือบสู่ปกติ ด้วยผลประกอบการแตะ 90% ของก่อนช่วงโควิด ปิดไตรมาสแรก ปี 2564 ด้วยรายได้รวม 49,031 ล้านบาท (-9.7% YoY) EBITDA 5,398 ล้านบาท (-8.2% YoY) กำไรสุทธิ 459 ล้านบาท (-48.4% YoY) ซึ่งหากเทียบระหว่างไตรมาส 1 ปีนี้กับปีที่แล้ว ถือว่าผลกระทบในปีนี้ค่อนข้างรุนแรงกว่าปีก่อน จากสถานการณ์กึ่งล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 และ 3 ที่ทำให้ธุรกิจบางส่วนต้องหยุดชะงักชั่วคราว แต่ เซ็นทรัล รีเทล ก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.40 บาทต่อหุ้นของผลประกอบการปี 2563 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,412 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นอีกด้วย

“ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายขององค์กร (Brand Purpose) ที่จะเป็นศูนย์กลางชีวิตของผู้คน (Central to Life) สำหรับลูกค้า พนักงาน พาร์ทเนอร์ และชุมชน โดยได้ยกระดับการช่วยเหลือสังคมให้มากยิ่งขึ้น เราจึงเริ่มโครงการ “CRC รวมพลัง กู้วิกฤตโควิด-19” โดยเป็นผู้นำ และผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มของเราในการสร้างต้นแบบระบบการฉีดวัคซีนที่ครบวงจร เพื่อกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง พร้อมนำเสนอพื้นที่ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ในการฉีดวัคซีนทั้งหมด 109 แห่งทั่วประเทศ โดยเริ่มที่แรกที่ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง รวมถึงการบริจาคกล่องกระดาษลูกฟูก เพื่อจัดทำเตียงสนาม 6,000 เตียง และบริจาคสิ่งของจำเป็นอื่นๆ พร้อมทั้งการสร้างต้นแบบโมเดลเพื่อเป็นแต้มต่อให้กับ SME โดยเฉพาะรายเล็กๆ ในการเข้าถึง Soft Loan โดยเซ็นทรัล รีเทล เชื่อมั่นว่าการรวมพลังของทุกภาคส่วน จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาฟื้นตัวและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง” นายญนน์ กล่าว

The post ‘เซ็นทรัล รีเทล’ แจงไตรมาส 1/64 ผลประกอบการฟื้นแตะ 90% เกือบปกติก่อนเกิดโควิด-19 appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

‘ยูเอซี’ ส่งซิกไตรมาส 2/64 ธุรกิจฟื้น ย้ำรอรับรู้รายได้เพิ่ม 250 ล้านบาท เล็งชิงเค้กโรงไฟฟ้าชุมชน

4 hours 3 min ago
‘ยูเอซี’ ส่งซิกไตรมาส 2/64 ธุรกิจฟื้น ย้ำรอรับรู้รายได้เพิ่ม 250 ล้านบาท เล็งชิงเค้กโรงไฟฟ้าชุมชน

นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี  โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัทในไตรมาส 2/2564 นั้น ยังคงมุ่งเน้นนโยบายการลงทุนด้านEnergy Efficiency และ Bio Circular Economy ทั้งในประเทศ กลุ่มประเทศ CLMV โดยจะพิจารณาต่อยอดธุรกิจเพื่อเลือกลงทุนในโครงการที่สร้างผลตอบแทน (ROE)                  ในระดับไม่ต่ำกว่า 20% ขึ้นไป จากที่ปัจจุบันอยู่ในระดับ 18.5% พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่อย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบต่อธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้อีกครั้ง

”ภาพรวมด้านกลุ่มพลังงานเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้มีรายได้รอรับรู้ พร้อมส่งมอบกว่า 250 ล้านบาท ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้งอาทิ โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี พลังงาน และเคมีภัณฑ์ เริ่มกลับมาเดินเครื่องผลิตได้ตามปกติ และการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด โดยมุ่งเน้นไปที่การทำกำไรสุทธิเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง และขยายโอกาสทางธุรกิจโดยปรับนำ business model ใหม่เช่นการทำ consulting service มาใช้” นายชัชพล กล่าว

นายชัชพล กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเข้ารวมประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนตามแผนนโยบายของภาครัฐ จำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตแห่งละ 3 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตทั้งสิ้น 18 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่าจะได้รับการคัดเลือก เนื่องจากมีความพร้อมด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ ในธุรกิจพลังงานจากก๊าซชีวภาพมากว่า 10 ปี และยังมีโรงไฟฟ้าต้นแบบอยู่ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่  คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ซึ่งจากแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ข้างต้น เชื่อว่าจะส่งผลให้บริษัทฯ การเติบโตของรายได้ในปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบจากปีก่อน พร้อมทั้งตั้งเป้า EBITDA ไม่ต่ำกว่า 20% ของยอดขาย ตามการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัวและการบริโภคสินค้าและบริการซึ่งกลับมามีแนวโน้มดีขึ้น จากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทั่วโลก

ทั้งนี้ ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2564สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ จำนวน 334.86 ล้านบาท และมีผลกำไร 77.08 ล้านบาท ลดลง 26.52% เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีผลกำไร 104.89 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA ไตรมาส 1/2564 อยู่ที่ 119.81 ล้านบาท  ซึ่งสาเหตุหลักๆการปรับตัวลดลงของผลการดำเนินงานมาจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้ธุรกิจเทรดดิ้งยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที

The post ‘ยูเอซี’ ส่งซิกไตรมาส 2/64 ธุรกิจฟื้น ย้ำรอรับรู้รายได้เพิ่ม 250 ล้านบาท เล็งชิงเค้กโรงไฟฟ้าชุมชน appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

ผู้ว่ากนอ.เข้าพบ ‘สุริยะ’ รับลูกนโยบายรัฐ สปีดโครงการเมกะโปรเจ็กต์

Thu, 05/13/2021 - 22:47
ผู้ว่ากนอ.เข้าพบ “สุริยะ” รับลูกสานต่อนโยบายรัฐ เร่งเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจ็กต์ ย้ำโควิด-19 ไม่ฉุดงานบริการของ กนอ.หลังปรับใช้ออนไลน์ 100% วีริศ อัมระปาล

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงการเข้าเยี่ยมคารวะ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ภายหลังเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ.อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ว่า การเข้าพบครั้งนี้เพื่อรับทราบกรอบนโยบายการทำงานจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะที่กนอ.เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนการที่กระทรวงฯ กำหนดไว้ และเพื่อให้เกิดการต่อยอดโครงการใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงาน สร้างความมั่นคงในด้านเศรษฐกิจต่อไป

นายวีริศ กล่าวว่า ภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ คือ เร่งเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการดำเนินงาน อาทิ โครงการก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ล่าสุดการจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือประชาชนรอบพื้นที่ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 7 เมษายนที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ได้ ภายในเดือนมิถุนายน 2564 และโครงการนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park) ตามแผนเดิมได้กำหนดก่อสร้างโครงการฯ ภายในปี 2564 และสามารถเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2567 ขณะเดียวกันยังได้รายงานแผนการทำงานของตนเอง ซึ่งประกอบไปด้วย 6 ด้านหลัก ได้แก่ 1.เร่งหาแนวทางดึงดูดนักลงทุน 2.สานงานต่อนโยบายสำคัญ 3.ลดความเสี่ยง เพิ่มความพร้อม รับมือด้านสาธารณูปโภค 4.ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม 5.สร้างความก้าวหน้าให้ กนอ.โดยการหาช่องทางใหม่ๆ ในการลงทุน และ 6.ส่งเสริมทักษะ พัฒนาศักยภาพบุคลากร

“ผม ได้หารือถึงกรอบการทำงานภายใต้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยที่ได้มีการรายงานเรื่องนี้ต่อประธานบอร์ด กนอ.(นายนรินทร์ กัลยาณมิตร) ที่มอบหมายให้การดำเนินงานในภาวะปัจจุบันต้องเป็นไปตามวิถีใหม่ ทั้งเรื่องการขออนุมัติ-อนุญาต เอกสารให้กับผู้ประกอบการ ซึ่ง กนอ.ได้ดำเนินการปรับรูปแบบการให้บริการเป็นระบบออนไลน์ 100 % ทั้งระบบตั้งแต่การติดต่อขอเอกสารจนถึงขั้นตอนการอนุญาต โดยใช้ระบบลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ในการดำเนินงานได้จริงเข้ามาช่วย ตลอดจนสร้างความสะดวกรวดเร็วให้ผู้ประกอบการที่ติดต่อมายัง กนอ.ไม่ต้องผ่านหลายขั้นตอน เพราะ กนอ.มีการดำเนินงานในรูปแบบของการให้บริการเบ็ดเสร็จเพียงจุดเดียว ” นายวีริศกล่าว

The post ผู้ว่ากนอ.เข้าพบ ‘สุริยะ’ รับลูกนโยบายรัฐ สปีดโครงการเมกะโปรเจ็กต์ appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

โควิดไม่ระคาย ‘CRC’ กวาดรายได้ไตรมาสแรกปีนี้เกือบ 5 หมื่น ล. ชี้แตะ 90% ก่อนวิกฤต

Thu, 05/13/2021 - 19:09
โควิดไม่ระคาย “CRC” กวาดรายได้ไตรมาสแรกปีนี้เกือบ 5 หมื่น ล. ชี้แตะ 90% ก่อนวิกฤต

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เซ็นทรัล รีเทล ยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่งภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายและไม่แน่นอน ด้วยจุดแข็งขององค์กรในด้านบุคลากรที่มีศักยภาพ และมี Growth Mindset ที่พร้อมเติบโตไปกับองค์กร รวมถึงการเป็นผู้ริเริ่ม และกลายเป็นผู้นำด้านออมนิแชแนล ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการทำธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งใช้ความได้เปรียบจากพอร์ตธุรกิจที่มีความหลากหลาย และความยืดหยุ่น ทำให้ธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และความสามารถในการรวมพลังของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และโรบินสัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านไลฟ์สไตล์ และแฟชั่น พร้อมเร่งเครื่องขยายไทวัสดุ และท็อปส์ มาร์เก็ต ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และขยายสู่ประเทศเวียดนาม อีกทั้งยังผนึกกำลังกับซีโอแอล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์ม B2B ส่วนตลาดเวียดนาม เรายังขยายในกลุ่มธุรกิจฟู้ด และศูนย์การค้า GO! อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ผ่านการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และการดูแลอย่างใกล้ชิดในด้านกระแสเงินสด พร้อมทั้งมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการเข้าซื้อธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อเสริมพอร์ตของบริษัทให้หลากหลาย ทั้งนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดมั่นวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาวตามแผนที่ได้วางไว้ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายญนน์กล่าวว่า จากปัจจัยที่แข็งแกร่งข้างต้น ทำให้เซ็นทรัล รีเทล สามารถพลิกไตรมาส 1 ฟื้นเกือบสู่ปกติ ด้วยผลประกอบการแตะ 90% ของก่อนช่วงโควิด ปิดไตรมาสแรก ปี 2564 ด้วยรายได้รวม 49,031 ล้านบาท (-9.7% YoY) EBITDA 5,398 ล้านบาท (-8.2% YoY) กำไรสุทธิ 459 ล้านบาท (-48.4% YoY) ซึ่งหากเทียบระหว่างไตรมาส 1 ปีนี้กับปีที่แล้ว ถือว่าผลกระทบในปีนี้ค่อนข้างรุนแรงกว่าปีก่อน จากสถานการณ์กึ่งล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 และ 3 ที่ทำให้ธุรกิจบางส่วนต้องหยุดชะงักชั่วคราว แต่ เซ็นทรัล รีเทล ก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.40 บาทต่อหุ้นของผลประกอบการปี 2563 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,412 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นอีกด้วย

“ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายขององค์กรที่จะเป็นศูนย์กลางชีวิตของผู้คน สำหรับลูกค้า พนักงาน พาร์ทเนอร์ และชุมชน โดยได้ยกระดับการช่วยเหลือสังคมให้มากยิ่งขึ้น เราจึงเริ่มโครงการ “CRC รวมพลัง กู้วิกฤตโควิด-19” โดยเป็นผู้นำ และผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มของเราในการสร้างต้นแบบระบบการฉีดวัคซีนที่ครบวงจร เพื่อกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง พร้อมนำเสนอพื้นที่ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ในการฉีดวัคซีนทั้งหมด 109 แห่งทั่วประเทศ โดยเริ่มที่แรกที่ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง รวมถึงการบริจาคกล่องกระดาษลูกฟูก เพื่อจัดทำเตียงสนาม 6,000 เตียง และบริจาคสิ่งของจำเป็นอื่นๆ พร้อมทั้งการสร้างต้นแบบโมเดลเพื่อเป็นแต้มต่อให้กับ SME โดยเฉพาะรายเล็กๆ ในการเข้าถึง Soft Loan โดยเซ็นทรัล รีเทล เชื่อมั่นว่าการรวมพลังของทุกภาคส่วน จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาฟื้นตัวและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง” นายญนน์กล่าว

The post โควิดไม่ระคาย ‘CRC’ กวาดรายได้ไตรมาสแรกปีนี้เกือบ 5 หมื่น ล. ชี้แตะ 90% ก่อนวิกฤต appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

ฮอนด้าโชว์ระบบสั่งงานด้วยเสียง X-ADV750 ใช้นำทาง-โทร-ฟังเพลง สุดง่ายดาย

Thu, 05/13/2021 - 19:06

เจาะลึกระบบสั่งงานด้วยเสียง HSVCs เทคโนโลยีสุดล้ำที่พัฒนาโดยฮอนด้า

การเปิดตัว All New Honda X-ADV750 ในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ สองล้อในไทย แนอกจากความเป็นที่สุดของตัวรถแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากเช่นกัน นั่นคือระบบสั่งงานด้วยเสียงที่เรียกว่า HSVCs ซี่งย่อมาจาก Honda Smartphone Voice Control System ติดตั้งเป็นอีกหนี่งอุปกรณ์มาตรฐานของรถรุ่นนี้

HSVCs ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านแอปพลิเคชันของฮอนด้า โดยใช้สมาร์ทโฟนและบลูทูธเฮดเซตเป็นตัวกลาง สามารถควบคุมการทำงานฟังก์ชันต่างๆ ของสมาร์ทโฟนด้วยเสียงขณะขับขี่ ช่วยยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกสบายให้กับการเดินทาง ซึ่งมีโหมดให้เลือกใช้ตามความต้องการถึง 4 แบบ ประกอบด้วย

1.ระบบนำทาง

ผู้ขับขี่สามารถเลือกค้นหาสถานที่หรือจุดหมายปลายทาง ผ่านทางเสียงจากชุดเฮดเซตที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หลังจากนั้นระบบจะแนะนำเส้นทางและบอกตำแหน่งอย่างละเอียดด้วยเสียง เพื่อให้ผู้ขับขี่ไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกสถานที่ที่ใช้งานบ่อย ได้แก่ บ้าน ที่พัก หรือสถานที่ทำงาน เพื่อให้การใช้งานทำได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

2.โทรออก-รับสาย

เพียงกดปุ่มควบคุมแบบมัลติฟังก์ชันที่แฮนด์เดิลบาร์มาที่ฟังก์ชันนี้ พร้อมค้นหารายชื่อติดต่อด้วยเสียง ระบบจะทำการโทรออกตามรายชื่อที่บันทึกไว้ ขณะเดียวกันเมื่อมีสายเรียกเข้า ผู้ขับขี่ก็สามารถเลือกรับสายจากตัวรถได้เช่นเดียวกัน

3.ส่งข้อความ

ขณะขับขี่ หากไม่สะดวกรับสาย เราสามารถเลือกส่งข้อความเพื่อแจ้งให้ผู้ติดต่อเข้ามาได้รับทราบ โดยระบบจะส่งข้อความในรูปแบบ SMS ตามเสียงที่เราพูดออกไป โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาพิมพ์ อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าข้อความด่วนที่ต้องการเลือกใช้ได้ถึง 5 ข้อความ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์การสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งกว่า

4.ฟังเพลง

อีกหนึ่งฟังก์ชันที่โดนใจสายทัวริ่งเดินทางไกล สามารถเลือกฟังเพลงโปรดในลิสต์ Music ของสมาร์ทโฟน ซึ่งจะช่วยเติมเต็มบรรยากาศการขับขี่ให้มีความเพลิดเพลินตลอดเส้นทาง

ก่อนหน้านี้ ฮอนด้าได้เคยนำ HSVCs มาติดตั้งในรุ่นพิเศษของ All New Forza350 มาแล้วโดยใช้ชื่อรุ่นว่า Roadsync Edition แต่ครั้งนี้ระบบที่ว่าได้ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกคัน

The post ฮอนด้าโชว์ระบบสั่งงานด้วยเสียง X-ADV750 ใช้นำทาง-โทร-ฟังเพลง สุดง่ายดาย appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

ปอร์เช่ โชว์จัดหนัก ทดสอบ “ปอร์เช่ มาคันน์” ว่าที่รถไฟฟ้าคันใหม่ วิ่ง 3 ล้านกิโลผ่านฉลุย

Thu, 05/13/2021 - 18:56
ปอร์เช่ กับ การพัฒนารถยนต์ต้นแบบด้วยวิธีดิจิทัลและทดสอบจริงบนถนนระยะยาว รถยนต์ต้นแบบพลังไฟฟ้า all-electric Macan : ขีดสุดทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนจริง

ยนตรกรรมสปอร์ต SUV พลังงานไฟฟ้า all-electric Macan พร้อมวิ่งทดสอบบนท้องถนน หลังจากผ่านบททดสอบเบื้องต้นในสนาม proving grounds ของศูนย์วิจัยและพัฒนา Porsche Development Centre สำนักงานใหญ่ Weissach รถต้นแบบ compact SUV เจเนอเรชันล่าสุดที่ได้รับการพรางตัวเป็นอย่างดี กำลังจะได้รับโอกาสออกนอกอาณาเขตของปอร์เช่เป็นครั้งแรก

“เรากำลังอยู่ระหว่างการจัดเตรียมทดสอบท่ามกลางสภาพแวดล้อมจริง อันเป็นหนึ่งในหลักชัยที่สำคัญที่สุดในกระบวนการพัฒนา” ข้างต้นคือคำกล่าวจาก Michael Steiner สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้กำกับดูแลส่วนงานวิจัยและพัฒนาของ Porsche AG รถยนต์ไฟฟ้า all-electric Macan มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2023 รถคันดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบเป็นระยะทางกว่า 3 ล้านกิโลเมตรทั่วโลก ในสภาวการณ์ที่แตกต่างกันโดยก่อนหน้านี้รถยนต์ต้นแบบสามารถข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากการทดสอบด้วยระยะทางมากมายนับไม่ถ้วนด้วยทางระยะยาวในการทดสอบแบบเสมือนจริง

การพัฒนาและทดสอบด้วยวิธีการดิจิทัล ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประหยัดเวลาและงบประมาณเท่านั้น ยังรวมถึงการประหยัดทรัพยากรต่างๆ อีกด้วย ส่งผลดีต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทดแทนการใช้รถยนต์จริงทีมงานวิศวกรใช้รถต้นแบบดิจิทัลเสมือนจริง ออกแบบขึ้นโดยระบบคอมพิวเตอร์จำลองคุณสมบัติเหมือนจริง ระบบการทำงาน และขุมพลังขับเคลื่อนของรถด้วยความแม่นยำสูง รถยนต์ต้นแบบดิจิทัลเสมือนจริงกว่า 20 คัน ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการทดสอบและพัฒนาในหลายด้าน อาทิ ระบบอากาศพลศาสตร์ ระบบการจัดการพลังงานและระบบเสียงอะคูสติก “เรารวบรวมข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จากหลายส่วนงานที่เกี่ยวข้อง และใช้ประโยชน์ในการสร้างรถยนต์เสมือนจริงที่สมบูรณ์แบบด้วยรายละเอียดสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้” Dr. Andreas Huber ผู้จัดการส่วนงาน digital prototypes ของ Porsche อธิบาย

ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาการออกแบบที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็วและเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์ เป็นวิศวกรกลุ่มแรก ที่ได้รับโอกาสในการทำงานกับรถยนต์ต้นแบบดิจิทัล “เราเริ่มต้นด้วยการทดสอบกระแสอากาศที่ไหลผ่านตัวรถ ในช่วงแรกของโครงการเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว” Dr. Thomas Wiegand ผู้อำนวยการส่วนงานพัฒนาระบบอากาศพลศาสตร์ กล่าว แรงต้านทางอากาศพลศาสตร์ที่ต่ำ คือหัวใจสำคัญของการเพิ่มพิสัยระยะเดินทางสูงสุดให้แก่รถไฟฟ้า all-electric Macan ได้รับการปรับแต่งกระแสอากาศเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล วิศวกรใช้แบบจำลองตัวรถในการปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ อย่างประณีต ในทุกแง่มุม อาทิ ชิ้นส่วนรับอากาศระบายความร้อน cooling air ducts การคำนวณไม่เพียงคำนึงถึงตัวแปรที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของอุปกรณ์ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงผลของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงอีกด้วย

การทดสอบเสมือนจริง ด้วยหน้าจอแสดงผล และระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด

วิธีการทดสอบแบบใหม่ให้การจำลองสถานการณ์ที่เที่ยงตรงสูง ทั้งในเชิงของระบบอากาศพลศาตร์ และระบบเทอร์โมไดนามิกส์ “ความล้ำหน้าของโลกดิจิทัล คือสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนารถไฟฟ้า all-electric Macan” Wiegand ผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์กล่าวย้ำ ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ถูกส่งต่อไปยังมอเตอร์ล้วนต้องการระบบระบายความร้อนและการควบคุมอุณหภูมิที่แยกจากกันอย่างอิสระ ซึ่งเป็นแนวทางที่สร้างความแตกต่างอย่างมากจากระบบขับเคลื่อนในรถยนต์แบบดั้งเดิม ขณะที่อุณหภูมิทำงานปกติของเครื่องยนต์สันดาปภายในจะมีค่าระหว่าง 90 ถึง 120 องศาเซลเซียส แต่สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าระบบส่งกำลังแบบอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ต้องการอุณหภูมิทำงานระหว่าง 20 และ 70 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวอุปกรณ์ สถานการณ์ที่วิกฤตที่สุดไม่ได้เกิดขึ้นขณะกำลังวิ่งบนท้องถนน แต่จะเกิดขึ้นในระหว่างการชาร์จพลังงานแบบ fast high power ท่ามกลางอากาศภายนอกที่มีอุณหภูมิสูง อย่างไรก็ตามนักพัฒนาจากปอร์เช่ สามารถคำนวณค่าต่างๆ เพื่อออกแบบตำแหน่ง ทิศทางการไหลของอากาศและอุณหภูมิที่เกิดขึ้นในรูปแบบดิจิทัลด้วยความแม่นยำ

รถต้นแบบดิจิทัลเสมือนจริง มีศักยภาพในการผสมผสานสภาวการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในโลกแห่งความจริงได้ล่วงหน้า ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือขั้นตอนการพัฒนาหน้าจอแสดงผลและแนวคิดด้านระบบปฏิบัติการแบบใหม่ เพื่อใช้สำหรับติดตั้งในปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) รุ่นต่อไป การใช้เครื่องมือที่รู้จักดีในชื่อว่า seat box ในการจำลองสภาพแวดล้อมของผู้ขับขี่ โดยสามารถนำเอาหน้าจอแสดงผล และระบบปฏิบัติการที่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาที่ไม่สมบูรณ์มาติดตั้งลงในรถต้นแบบดิจิทัล “แบบจำลอง ช่วยให้เราเข้าถึงหน้าจอแสดงผล การทำงานของระบบปฏิบัติการ และผลกระทบต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงในขณะเดินทางผ่านมุมมองของผู้ขับขี่” ข้างต้นคือคำอธิบายจาก Fabian Klausmann ผู้ชำนาญการแผนก Driver Experience development ที่ซึ่ง ‘นักขับทดสอบ’ ไม่จำกัดแค่ผู้เชี่ยวชาญแต่อาจจะมาจากคนธรรมดาทั่วไป สิ่งต่างๆ เหล่านี้ช่วยให้เกิดการศึกษาถึงขั้นลงลึกในรายละเอียดของปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดก่อนที่จะมีการสร้างห้องโดยสารจริงเสียด้วยซ้ำ

เป้าหมายในการพัฒนา ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตในรถระดับเดียวกัน

รถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า all-electric Macan คันจริง ได้รับการสร้างขึ้นโดยอาศัยฐานข้อมูลจากแบบจำลอง ในบางกรณีอาจถูกสร้างขึ้นด้วยมือ หรือเครื่องมือพิเศษอย่างประณีตบรรจง ซึ่งเป็นการประยุกต์จากกระบวนการทั่วไปที่เกิดขึ้นในขั้นตอนปรับแต่งเสมือนจริง ด้วยลักษณะเดียวกันนี้ การค้นคว้าจากการวิ่งทดสอบบนถนน จะถูกแทนที่โดยการพัฒนาบนโลกดิจิทัล “การทดสอบระยะยาวในสถานที่ปิด และบนถนนสาธารณะท่ามกลางสภาพการใช้งานจริงยังคงมีความจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างของรถยนต์มีความมั่นคงและมีอุปกรณ์ ซอฟท์แวร์ รวมทั้งทุกระบบการทำงานให้เป็นตามมาตรฐานคุณภาพสูงสุดของเรา” Michael Steiner สมาชิกคณะกรรมการบริการ กล่าวเสริม โปรแกรมการทดสอบสำหรับรถไฟฟ้า all-electric Macan จะมีขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมที่สุดโต่ง ทั้งจากอุณหภูมิ และภูมิประเทศ รวมไปถึงการใช้งานจริง อาทิ ระบบการชาร์จพลังงาน และสถานภาพของแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง จะต้องผ่านมาตรฐานการทดสอบอย่างเข้มงวดเช่นกัน “ไม่ต่างจากปอร์เช่ ไทคาน (Taycan) รถไฟฟ้า all-electric Macan ติดตั้งเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูง 800-โวลต์ ซึ่งถ่ายทอดมาจากปอร์เช่ E-Performance” Steiner กล่าวย้ำ เมื่ออ้างอิงจากเป้าหมายในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็น พิสัยการเดินทางระยะยาว ประสิทธิภาพการชาร์จพลังงานอย่างรวดเร็ว และสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรถระดับเดียวกัน “รถไฟฟ้า all-electric Macan คือยนตรกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสปอร์ตอย่างแท้จริง”

ทางเลือกอันหลากหลายสำหรับอนาคต ปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) รุ่นใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน

การเปิดตัวของรถไฟฟ้า all-electric Macan – ยนตรกรรมปอร์เช่คันแรกที่ได้รับการสร้างจาก Premium Platform Elec-tric (PPE) – กำหนดให้มีขึ้นในปี 2023 ปอร์เช่วางตำแหน่งทางการตลาดให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยของยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า “ในทวีปยุโรป ความต้องการรถไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในภูมิภาคอื่นของโลกทิศทางการเปลี่ยนแปลงนั้นแตกต่างไป จึงเป็นเหตุผลที่เรายังคงวางจำหน่ายปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) ที่ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์แบบดั้งเดิมในรุ่นต่อไปเช่นกัน ” Michael Steiner อธิบาย เครื่องยนต์สันดาปภายในบล็อกใหม่ของมาคันน์ (Macan) จะได้รับการนำเสนอเคียงข้างรถไฟฟ้า all-electric Macan ในอนาคต และจนกว่าจะถึงวันนั้น รถคันนี้จะยังคงถูกทดสอบอีกนับล้านกิโลเมตรทั้งในความเป็นจริงและโลกเสมือน

The post ปอร์เช่ โชว์จัดหนัก ทดสอบ “ปอร์เช่ มาคันน์” ว่าที่รถไฟฟ้าคันใหม่ วิ่ง 3 ล้านกิโลผ่านฉลุย appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

‘กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ’ ควักกว่า 270 ล้านบาท ช่วยคนไทยสู้โควิด

Thu, 05/13/2021 - 18:17
‘กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ’ ย้ำจุดยืนเคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19 สนับสนุนเงินไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท เน้นหนุนหน่วยงานทางการแพทย์ ให้พร้อมรองรับการดูแลรักษาประชาชน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงในระลอกใหม่นี้ ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ จึงยังคงสานต่อภารกิจของการอยู่เคียงข้างคนไทย โดยมุ่งมั่นที่จะเร่งช่วยเหลือให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจรักษาได้ จากการสนับสนุนให้ทีมแพทย์และพยาบาลสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ป้องกันตัวที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด พร้อมส่งมอบกำลังใจให้บุคลากรทัพหน้าเหล่านี้ปฏิบัติภารกิจได้อย่างสะดวกและปลอดภัย กว่า 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนฯ ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท และยังคงเดินหน้าภารกิจสำคัญนี้ต่อไปจนกว่าสถานการณ์ในประเทศจะกลับมาสู่ภาวะปกติ

โดย “กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ เคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19” กลุ่มมิตรผล และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้แถลงข่าวออนไลน์ ระบุว่า หลังจากที่ทั้งสองบริษัทร่วมกันจัดตั้งกองทุนมิตรผล-บ้านปู ‘รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ มูลค่า 500 ล้านบาท ด้วยการระดมทุนบริษัทละ 250 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท ท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 กองทุนฯ ได้เร่งระดมทรัพยากรที่มีเพื่อกระจายความช่วยเหลือในรูปแบบของการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการตรวจรักษาประชาชนและการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์จากความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ระบบดิจิทัล เครื่องช่วยหายใจ ชุด PPE และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ แก่หน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาล จำนวน 33 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นแก่โรงพยาบาลสนาม 9 แห่ง และโรงพยาบาลที่ดำเนินภารกิจการตรวจคัดกรองเชิงรุก นอกจากนี้ยังมีการส่งมอบแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อกว่า 1 หมื่นลิตร ให้แก่หน่วยงานรัฐและภาคเอกชน ในการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 นี้ การช่วยเหลือทั้งหมดมีมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ ได้ให้การสนับสนุนหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นศูนย์กลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความพร้อมรองรับการดูแลรักษาประชาชน เพื่อเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย และเพื่อจุดประกายให้องค์กรอื่นๆ ทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมช่วยให้ประเทศไทยให้ผ่านพ้นจากภัยวิกฤติโควิด-19 ได้ เราคาดหวังว่าการช่วยเหลือของกองทุนฯ จะมีส่วนช่วยป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค ลดความเสี่ยงในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ โดยงบประมาณกว่า 270 ล้านบาทที่ใช้ไปคิดเป็น 54% ของเงินกองทุนทั้งหมด เราจะยังคงสานต่อภารกิจในการอยู่เคียงข้างคนไทย ด้วยการทำงาน เชิงรุกเพื่อประเมินสถานการณ์ และประสานข้อมูลกับทั้งหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานที่ต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้กองทุนฯ สามารถส่งมอบความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วที่สุด”

ด้าน นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า วิธีการดำเนินงานของกองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ ตลอดช่วงวิกฤติที่ผ่านมา คือกระจายกำลังกันไปช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในวงที่กว้างขึ้นและไม่ซ้ำซ้อนกัน เราได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขของภาครัฐ เช่น กรมการแพทย์, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลราชวิถี เป็นต้น ในการชี้เป้าว่าจุดไหนที่มีความสำคัญและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และแต่ละบริษัทจะใช้ทรัพยากรที่เรามี ตลอดจนเครือข่ายในต่างประเทศ เข้ามาสนับสนุนความช่วยเหลือ เราได้สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญๆ เช่น เครื่อง CT Scan, ห้องตรวจเชื้อความดันลบ-บวก, เครื่องช่วยหายใจ, หน้ากาก N95, ชุด PPE, แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น แพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข ทหาร ตำรวจ หน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งในระดับจังหวัดและท้องถิ่น รวมถึงชุมชนและเกษตรกรชาวไร่ที่เราดูแลอยู่ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 215 หน่วยงาน ครอบคลุม 35 จังหวัด นอกจากนี้ กลุ่มมิตรผลและบ้านปู ยังได้จัดทำประกันโควิด-19 ให้กับพนักงานเป็นสวัสดิการพิเศษเพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง”

กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ จะติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับโควิด-19 ในประเทศต่อไปอย่างใกล้ชิด โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและเกิดประสิทธิผล โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยจะมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ทั้งสองบริษัทยังคงขับเคลื่อนการทำงานในองค์กรอย่างต่อเนื่องด้วยนโยบายการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System: BCMS) และนโยบาย Work from Home เต็มรูปแบบ เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการติดเชื้อ

 

The post ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ’ ควักกว่า 270 ล้านบาท ช่วยคนไทยสู้โควิด appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

ธอส. ล้างสต๊อกบ้านมือสอง ลดสูงสุดถึง 40% ประมูลผ่านแอพพ์ 14 พ.ค.นี้

Thu, 05/13/2021 - 18:04
ธอส. ล้างสต๊อกบ้านมือสอง ลดสูงสุดถึง 40% ประมูลออนไลน์ผ่านแอพพ์ G H Bank Smart NPA 14 พ.ค.นี้

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดงาน ประมูลบ้านมือสองออนไลน์ผ่าน แอพพลิเคชัน G H Bank Smart NPA ลดล้างสต๊อกประจำเดือนพฤษภาคม ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.00-13.00 น. โดยนำทรัพย์พร้อมขาย (NPA) กว่า 960 รายการ มาเปิดประมูลขายด้วยราคาเริ่มต้นประมูลลดสูงสุดถึง 40% จากราคาปกติ ราคาต่ำสุดเริ่มต้นแค่ 45,000 บาทเท่านั้น พิเศษ! ธอส. ช่วยลดภาระในการมีที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้า มอบส่วนลดเพิ่มอีก 10% จากราคาปิดประมูล เพียงทำสัญญาและทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564

รวมถึงได้เลือกใช้โปรโมชั่นผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเทดาวน์แล้วยื่นกู้เลย มีสิทธิ์เลือกใช้โปรโมชั่นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0% ได้นาน 12-48 เดือน (ระยะเวลาดอกเบี้ย 0% กำหนดตามระยะเวลาการถือครองทรัพย์ของธนาคาร) ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลออนไลน์ มีบ้านที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปประมูลที่สาขา ลดความเสี่ยง ในการติดเชื้อ โควิด-19 สามารถดาวน์โหลด แอพพลิเคชัน G H Bank Smart NPA และลงทะเบียน เข้าร่วมประมูลได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันจัดประมูล หรือดูข้อมูลทรัพย์ที่นำออกประมูลได้ที่ www.ghbhomecenter.com

The post ธอส. ล้างสต๊อกบ้านมือสอง ลดสูงสุดถึง 40% ประมูลผ่านแอพพ์ 14 พ.ค.นี้ appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

“COM7” โวไตรมาสแรกปีนี้กวาดกำไรเกือบ 600 ล้านโตเกือบ 100% ประกาศเพิ่มเป้ารายได้เป็น 20%

Thu, 05/13/2021 - 17:37
“COM7” โวไตรมาสแรกปีนี้กวาดกำไรเกือบ 600 ล้านโตเกือบ 100% ประกาศเพิ่มเป้ารายได้เป็น 20%

นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยถึง ผลประกอบการของบริษัทฯ งวดประจำไตรมาส 1/2564 มีรายได้รวม 11,989.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 8,195.6 ล้านบาท กําไรขั้นต้น 1,558.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1,123 ล้านบาท กําไรส่วนของบริษัทใหญ่ เท่ากับ 565.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 287.9 ล้านบาท นับเป็นการเติบโตอย่างน่าประทับใจ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิต-19 แต่ COM7 ยังสามารถปรับตัวได้ดี และมียอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เติบโต เนื่องจากสินค้าไอทีกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต การทำงาน การเรียนการสอน และไลฟ์สไตล์ โดยสินค้าที่ได้รับการตอบรับในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการ Work from Home, Learn from Home และ Cryptocurrency (สกุลเงินดิจิทัล) ควบคู่การบริหารจัดการสินค้าให้เพียงพอ และนำสินค้าใหม่เข้ามาเสริมพอร์ต ผลักดันการเติบโตต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้

นายสุระกล่าวว่า ไฮไลท์สำคัญในไตรมาส 1/2564 COM7 ได้มีข้อตกลงการฝากขาย สินค้าทุกประเภทในแบรนด์ Xiaomi ที่ไม่ใช่สินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟน ผ่านทุกช่องทางหน้าร้านของ True Shop ทั่วประเทศ ซึ่งจะมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายที่เพิ่มขึ้น เติมเต็มพอร์ตสินค้าด้าน IoT และนวัตกรรม รวมทั้ง ผลตอบรับจาก iPhone12 ที่ยังคงความร้อนแรงต่อเนื่อง จากการเปิดตัวในช่วงปลายปี 2563 ที่ล่าช้ากว่าในรุ่นก่อน แต่สินค้าได้ผลตอบรับที่ดีมาก

นายสุระกล่าวว่า ส่วนช่องทางการจำหน่ายยังคงแข็งแกร่ง จากตัวเลขการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (Same Store Sales Growth : SSSG) ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ในไตรมาส 1 ปีนี้ ส่งผลกระทบต่อ COM7 น้อยมาก เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 1 ปีที่แล้ว อีกทั้ง COM7 มีร้านสาขาที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล คิดเป็น 25% ส่วนที่เหลือจะเป็นร้านสาขาที่อยู่ต่างจังหวัด คิดเป็น 75% จึงยังคงมั่นใจ แผนเดินหน้าขยายสาขาในปีนี้ให้ทะลุ 1,000 สาขา จะยังคงเป็นไปตามที่วางไว้ โดยเน้นขยายสาขาในทําเลที่ดีและค่าเช่าเหมาะสม ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในอําเภอหลักและอําเภอรอง สนับสนุนโอกาสการเติบโตจากสินค้าเทคโนโลยี รวมทั้งการต่อยอดสินค้าและบริการอื่นๆ จากความได้เปรียบในการเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ

“นอกจากนี้บริษัทให้ความสำคัญในการขยายช่องทางออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ ที่เติบโตขึ้น และช่องทางการขายของบริษัทฯ ผ่านเว็บไซต์ www.bnn.in.th ที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งาน รองรับการเติบโตในอนาคต และเชื่อมโยงการทำตลาดแบบ Omni Channel
โดยณ สิ้นไตรมาส 1/2564 มีสาขาภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท รวมทั้งหมด 920 สาขา แบ่งเป็น BaNANA 318 สาขา Studio7 107 สาขา KingKong Phone 92 สาขา True Shop by Com7 122 สาขา แฟรนไชส์ 108 สาขา BKK 50 สาขา iCare 28 สาขา และอื่นๆ 95 สาขา โดยมีการขยายเพิ่มจากไตรมาส 1 ปีที่แล้วรวม 132 สาขา (ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 : 788 สาขา) และณ สิ้นปี 2563 มีจำนวน 911 สาขา”นายสุระกล่าว

The post “COM7” โวไตรมาสแรกปีนี้กวาดกำไรเกือบ 600 ล้านโตเกือบ 100% ประกาศเพิ่มเป้ารายได้เป็น 20% appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

ชัยวุฒิ เตรียมดันอินเตอร์เน็ต เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ลดเหลื่อมล้ำ-ลดภาระช่วงโควิด

Thu, 05/13/2021 - 17:10
ชัยวุฒิเตรียมดันอินเตอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงโควิด

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้บริหารกระทรวง และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ครั้งที่ 2 / 2564 ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าสืบเนื่องจากการประชุม Top Executive ครั้งที่ผ่านมา โดยหารือประเด็นสำคัญ อาทิ การผลักดันให้อินเทอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานเนื่องจากปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคน ทั้งการทำงาน การศึกษา การติดต่อสื่อสาร

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงดีอีเอส อยู่ระหว่างการเสนอร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเสนอแนวทางผลักดันให้อินเทอร์เน็ต เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนมีค่าบริการราคาถูก หรือไม่คิดค่าบริการสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าเรื่อง การทำงานระดับภูมิภาค การใช้ระบบ e-Office ในหน่วยงาน เป็นต้น

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สังคมยุคปัจจุบันประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน เพื่อเข้าถึงการสื่อสาร ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ต่างๆ สามารถเท่าทันความเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวของโลกได้อย่างรวดเร็ว และอินเทอร์เน็ตยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เช่น การลงทะเบียนรับสิทธิเยียวยาจากรัฐบาล การซื้อสินค้า การชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ ก็ล้วนแต่ต้องมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตรองรับทั้งสิ้น ทางกระทรวงดีอีเอส จึงพยายามผลักดันให้อินเทอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวางมากที่สุด

“หากดำเนินการสำเร็จจะถือเป็นการช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่าย ให้ประชาชนที่ประสบภาวะยากลำบากจากสถานการณ์ตอนนี้ เช่นเดียวกับที่ภาครัฐดูแลเรื่องค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ตามสิทธิที่ประชาขนได้รับจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” นายชัยวุฒิ กล่าว

The post ชัยวุฒิ เตรียมดันอินเตอร์เน็ต เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ลดเหลื่อมล้ำ-ลดภาระช่วงโควิด appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

กทพ. แจ้งปิด-เบี่ยง ทางด่วน บางพลี-สุขสวัสดิ์ ปรับปรุงผิวจราจร

Thu, 05/13/2021 - 16:58
กทพ. แจ้งปิดและเบี่ยงการจราจรทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) เพื่อปรับปรุงผิวจราจรบริเวณช่องเก็บค่าผ่านทางของ ด่านฯ บางครุ 1 (ทางเข้า), ด่านฯ บางครุ 2 (ทางออก) , ด่านฯ บางครุ 3 (ทางออก)

​รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม รุบะว่า กพท. ได้ว่าจ้าง บริษัท เอส.เอ็ม.อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ให้ดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรบริเวณช่องเก็บค่าผ่านทางฯ ของด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางครุ 1 (ทางเข้า), ด่านฯ บางครุ 2 (ทางออก), ด่านฯ บางครุ 3 (ทางออก) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 – วันที่ 5 มิถุนายน 2564 ช่วงเวลา 22.00 น. – 04.00น. โดยมีรายละเอียดดังนี้

ด่านฯ บางครุ 1 (ทางเข้า)​
ปิดช่องทางที่ 1 ระหว่างวันที่ 13-17 พฤษภาคม 2564
ปิดช่องทางที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-23 พฤษภาคม 2564
ปิดช่องทางที่ 3 ระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2564
ปิดช่องทางที่ 4 ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2564
ปิดช่องทางที่ 5 ระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2564

ด่านฯ บางครุ 2 (ทางออก)
ปิดช่องทางที่ 1 ระหว่างวันที่ 15-19 พฤษภาคม 2564
ปิดช่องทางที่ 5 ระหว่างวันที่ 21-25 พฤษภาคม 2564
ปิดช่องทางที่ 7 ระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2564

ด่านฯ บางครุ 3 (ทางออก)
ปิดช่องทางที่ 8 ระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2564
ปิดช่องทางที่ 9 ระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2564
ปิดช่องทางที่ 6 ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2564

​ทั้งนี้ กทพ. ได้มีการติดตั้งป้ายเตือนก่อนถึงพื้นที่ดำเนินการและติดตั้งไฟสัญญาณต่างๆ รวมถึง ป้ายประชาสัมพันธ์การเบี่ยงการจราจรพร้อมไฟวับวาบ เพื่อให้สัญญาณแก่ผู้ใช้ทางพิเศษทราบ

The post กทพ. แจ้งปิด-เบี่ยง ทางด่วน บางพลี-สุขสวัสดิ์ ปรับปรุงผิวจราจร appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

ออมสิน ออกมาตรการพักหนี้เอสเอ็มอีถึงสิ้นปีนี้

Thu, 05/13/2021 - 16:57

ออมสิน ออกมาตรการพักหนี้เอสเอ็มอีถึงสิ้นปีนี้

รายงานข่าวจากธนาคารออมสิน แจ้งว่า ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs ลดภาระสู้ภัย COVID-19 ให้พักชำระเงินต้นไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ลูกค้าสมัครใจแจ้งความประสงค์ ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 มาตรการช่วยเหลือแบ่งเป็น

-บุคคลธรรมดา มีวงเงินกู้คงเหลือไม่เกิน 10 ล้านบาท แจ้งความประสงค์เข้ามาตรการและเลือกแผนชำระหนี้ผ่านแอพพลิเคชัน MyMo

-บุคคลธรรมดา มีวงเงินกู้คงเหลือมากกว่า 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท แจ้งความประสงค์เข้ามาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

-นิติบุคคลที่มีวงเงินกู้คงเหลือไม่เกิน 100 ล้านบาท ให้ติดต่อแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

The post ออมสิน ออกมาตรการพักหนี้เอสเอ็มอีถึงสิ้นปีนี้ appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

ปธ.หอการค้า เผยจุดฉีดวัคซีนเอกชนไร้ปัญหา พร้อมเพิ่มจำนวนสถานที่

Thu, 05/13/2021 - 16:50
ปธ.หอการค้า เผยจุดฉีดวัคซีนเอกชนไร้ปัญหา พร้อมเพิ่มจำนวนสถานที่

วันที่ 13 พฤษภาคม นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังจากการเยี่ยมชม “หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด 19 กรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย” ที่สามย่านมิดทาวน์ นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ทำต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม เพื่อดูความพร้อมของการให้บริการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อาสาสมัคร และกลุ่มอาชีพเสี่ยงที่ได้รับการลงทะเบียนแล้วนั้น ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งในการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรด่านหน้า ณ หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนภาคเอกชน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย เครือข่ายภาคเอกชน กับกรุงเทพมหานครที่ผ่านมานั้น ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องความพร้อมด้านสถานที่ อุปกรณ์เครื่องมือ ระบบการบริหารจัดการที่มีความรวดเร็ว และบุคลากรอาสาสมัคร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความทุ่มเทเสียสละของคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ระดมเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ต้องการเห็นความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนทุกคนเป็นหลัก เพื่อให้ประเทศไทยเกิดภูมิคุ้มกันและสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยเร็วที่สุด

“การเตรียมตัวของภาคเอกชนในขณะนี้ถือว่ามีความพร้อมแล้ว ซึ่งเชื่อว่าสถานที่ที่ได้จัดเตรียมไว้มีเพียงพอ และสามารถรองรับประชาชนจำนวนมากได้ ทั้งนี้ หากมีวัคซีนเข้ามามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ภาคเอกชนก็ยังสามารถเพิ่มจำนวนสถานที่ได้อีก” นายสนั่น กล

The post ปธ.หอการค้า เผยจุดฉีดวัคซีนเอกชนไร้ปัญหา พร้อมเพิ่มจำนวนสถานที่ appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

บางจากฯ ปลื้มคว้ารางวัลระดับโลก

Thu, 05/13/2021 - 16:33
บางจากฯ ปลื้มคว้ารางวัลระดับโลก CFI.co Award 2021 – Best Sustainable Innovation Strategy จากนิตยสาร Capital Finance International (CFI) สหราชอาณาจักร

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้รับรางวัลระดับโลก CFI.co Award 2021 (Capital Finance International) สาขา Best Sustainable Innovation Strategy (Thailand) ในนามบริษัทฯ จากการเป็นองค์กรชั้นแนวหน้าที่นำนวัตกรรมสีเขียวมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาสังคม เป็นที่ยอมรับในระดับสากลในฐานะผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้มีความหลากหลายและสมดุลเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

สำหรับรางวัล CFI.co Awards เป็นผลจากการพิจารณาคัดเลือกของคณะกรรมการและบรรณาธิการนิตยสาร CFI.co สื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ด้านธุรกิจ เศรษฐกิจและการเงินในสหราชอาณาจักร

The post บางจากฯ ปลื้มคว้ารางวัลระดับโลก appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

“แกร็บ” มอบส่วนลดค่าส่งอาหารให้ร.พ.รัฐ 5 แห่ง ฝ่าวิกฤตโควิดระลอก 3

Thu, 05/13/2021 - 16:31
“แกร็บ” มอบส่วนลดค่าส่งอาหารให้ร.พ.รัฐ 5 แห่ง ฝ่าวิกฤตโควิดระลอก 3

ดร.เก่งการ เหล่าวิโรจนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 โดยมอบส่วนลดค่าส่งเมื่อสั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดสำหรับทีมแพทย์ พยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (ส่วนลด 20 บาทเมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำ 150 บาท) รวมทั้งสิ้น 60,000 สิทธิ ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคมจนถึง 30 มิถุนายน 2564 โดยมี ผศ. (พิเศษ) นพ. สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ด้านภาพลักษณ์องค์กร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ศาลาทินทัต

นอกจากนี้ แกร็บ ยังมอบส่วนลดดังกล่าวให้กับอีก 4 โรงพยาบาล อันได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น รวมมูลค่าสูงสุด 6 ล้านบาท ทั้งนี้ การสนับสนุนดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ แกร็บแคร์ (GrabCares) #เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ซึ่งแกร็บได้ดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงต้นปี 2563 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนกับกลุ่มต่างๆ ในวงจรธุรกิจของแกร็บ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน

The post “แกร็บ” มอบส่วนลดค่าส่งอาหารให้ร.พ.รัฐ 5 แห่ง ฝ่าวิกฤตโควิดระลอก 3 appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

หุ้นไทยเจอแรงกระแทกหนัก ดัชนีลบ 70.83 จุด

Thu, 05/13/2021 - 16:16
หุ้นไทยเจอแรงกระแทกหนัก ดัชนีลบ 70.83 จุด

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,571.85 จุด เคลื่อนไหวในแดนลบก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,556.81 จุด และเปิดตลาดภาคบ่ายมาด้วยการเคลื่อนไหวในแดนลบอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีปรับลดลง 70.83 จุด หรือ 4.01% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,561.80 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,501.02 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 128,805.01 ล้านบาท

โดยนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดการซื้อขาย ก่อนจะถูกกระแทกแรงๆ จนร่วงลงทำจุดต่ำสุดกว่า 70 จุด แตะระดับ 1,501.02 จุด โดยสาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับลดลงแรงๆ เป็นปัจจัยจากต่างประเทศล้วนๆ ซึ่งปัจจัยกดดันหลักคือ ความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริการ ทำให้หุ้นถูกขายออก เพราะเป็นแรงกังวลที่ทำให้เกิดภาวะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา ซึ่งถือเป็นภาวะที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ สะท้อนได้จากตลาดหุ้นเอเชียปรับลดลง 2% หุ้นยุโรปลดลง 2% ส่วนหุ้นไทยลดลงแล้ว 3.9% โดยให้แนวรับถัดไปที่ระดับ 1,480 จุด ส่วนกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ รอลงทุนในแนวรับที่ให้ไว้ และเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ ได้แก่ กลุ่มแบงก์ ไฟแนนซ์ ค้าปลีก พลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังสามารถลงทุนได้ แต่แนะนำให้รอการปรับน้ำหนักดัชนีเอ็มเอสซีไอ ที่จะประกาศออกมาในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ก่อน

“แรงกดดันจากต่างประเทศ บวกกับแรงกดดันเฉพาะในประเทศคือ การที่ดัชนีหุ้นไทยหลุดแนวรับจิตวิทยาที่สำคัญในระดับ 1,530 จุด รวมถึงในช่วงที่ผ่านมาเห็นหุ้นไทยขนาดใหญ่ถูกขายทำกำไรออกมาอย่างเดียว แต่ในตอนนี้เริ่มเห็นหุ้นขนาดกลางและเล็ก เจอแรงขายออกมาด้วย ซึ่งเป็นทั้งแรงขายทำกำไร และแรงขายเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้เงินหายเพิ่มเติมอีก ทั้งยังมีความเสี่ยงเฉพาะจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในประเทศ ซึ่งเป็นการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่แบบกลุ่ม (คลัสเตอร์) ในหลายพื้น และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ไม่ได้ออกมาดีมากนัก จึงทำให้บรรยากาศการลงทุนไม่สดใสมากนัก” นายณัฐพล กล่าว

The post หุ้นไทยเจอแรงกระแทกหนัก ดัชนีลบ 70.83 จุด appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

‘บิ๊กป้อม’ ติดตามแผนฟื้นบึงบอระเพ็ด หนุน กว๊านพะเยา เวียงหนองหล่ม เพื่อประโยชน์ปชช.

Thu, 05/13/2021 - 16:04

‘บิ๊กป้อม’ ติดตามแผนฟื้นบึงบอระเพ็ด หนุน กว๊านพะเยา เวียงหนองหล่ม โครงการสำคัญ เพื่อประโยชน์ปชช.

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 2/2564โดยมี นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำ

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การประชุมวันนี้เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ โดยเฉพาะในแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีนโยบายให้ดำเนินการพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟู ทั้งที่มีแผนหลักดำเนินการแล้ว ให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการโดยเร็ว ได้แก่ บึงราชชนก จังหวัดพิษณุโลก หนองหาร จังหวัดสกลนคร และบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร รวมถึงพิจารณาแหล่งน้ำที่ยังไม่มีแผนชัดเจน เพื่อผลักดันให้เป็นโครงการสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม เป็นแหล่งเก็กกับน้ำไว้ในประโยชน์ในพื้นที่ได้เต็มศักยภาพ โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบทบทวนแผนพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ปัญหาการบุกรุก การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการเพิ่มพื้นที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ มี 6 ด้าน 56 โครงการ หากดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มน้ำต้นทุน 67 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ลดความเสียหายจากน้ำท่วม 21,000 ไร่ ช่วยพื้นที่ภัยแล้ง 85,000 ไร่ มีแผนปฏิบัติการเร่งด่วนปี’63-65 รวมทั้งสิ้น 10 โครงการ

ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 3 โครงการ โดยมีความก้าวหน้าการดำเนินการที่สำคัญ อาทิ การตรวจสอบการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนเขตพื้นที่บึงบอระเพ็ดโดยกรมธนารักษ์ในเขตพื้นที่ “ให้ หวง ห้าม” ด้วยแนวคิดของการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน การจัดการมูลดินจากการขุดลอกตะกอนดินบึงบอระเพ็ด จำนวน 5 ล้าน ลบ.ม. ได้ดำเนินการบริจาคเพื่อสาธารณะ 3.88 ล้าน ลบ.ม. ขนย้ายแล้วเสร็จ 80,000 ลบ.ม. การประมูลขายอีกประมาณ 5 แสน ลบ.ม. ส่วนมูลส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับปรับภูมิทัศน์เชิงนิเวศต่อไป ส่วนแผนงานระยะต่อไปในปี’66 ได้เร่งรัดดำเนินการอีก 4 โครงการ ได้แก่ ปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางปองและประตูระบายน้ำปากคลองบอระเพ็ด สำหรับอ่างฯห้วยโสกซับแดงและอ่างฯคลองกำปาง ซึ่งเดิมอยู่ในแผนปี’68 ได้เร่งรัดการออกแบบเพื่อให้เริ่มก่อสร้างได้เร็วขึ้นในปี’66 ด้วย

นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบการจัดทำแผนพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ จำนวน 2 บึง ได้แก่ กว๊านพะเยา จ.พะเยา และเวียงหนองหล่ม จ.เชียงราย รวมถึงโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริรวม 15 โครงการ ให้เป็นโครงการสำคัญซึ่งจะมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาต่อไป โดยแผนการพัฒนากว๊านพะเยา จ.พะเยา มีเป้าหมายเพื่อการอุปโภค-บริโภค สำหรับผลิตน้ำประปาวันละ 20,000 ลบ.ม. (ปีละ 7.3 ล้าน ลบ.ม.) เพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง 30,000 ไร่ ประมงพื้นบ้าน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีหน่วยงานเสนอแผนงาน/โครงการ รวม 55 โครงการ เป็นด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ 38 โครงการ ดำเนินการ ปี’64-68 ส่วนแผนพัฒนาพื้นที่เวียงหนองหล่มและบริเวณในระยะ 5 ปี (ปี’64–68) มีแนวทางการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่ 1) เตรียมความพร้อมพื้นที่ 2) การบริหารจัดการน้ำ 3) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 4) แหล่งท่องเที่ยว และ 5) ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต รวม 56 โครงการ โดยเป็นการจัดการน้ำจำนวน 13 โครงการ พบว่า มีจำนวน 2 โครงการที่อยู่ในแผนเร่งด่วนในปี’64 ซี่งมีความพร้อมขอรับการสนับสนุนงบกลางปี’64 ได้แก่ การขุดลอกตะกอนดินเวียงหนองหล่ม และขุดลอกแหล่งน้ำหนองมโนราห์

ด้าน นายสมเกียรติ กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดปรับแผนงานให้เป็นไปตามเป้าหมายเพื่อให้สอดคล้องทันต่อการบริหารจัดการน้ำ และคำนึงถึงการใช้งบประมาณตามความจำเป็นและคุ้มค่าที่สุด โดยมอบหมายให้ จ.พะเยาเร่งรัดจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้กรอบแผนพัฒนาฯ กว๊านพะเยา และเสนอคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำ จ.พะเยา พิจารณา ขณะที่การพัฒนาเวียงหนองหล่ม ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดปรับแผนงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะแผนงานในระยะเร่งด่วน ที่มีความพร้อมในการดำเนินการ และขอให้พิจารณามติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำด้วย เนื่องจากเวียงหนองหล่มเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ ทั้งนี้ กว๊านพะเยา และเวียงหนองหล่ม เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ และมีการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณโดยรอบ ซึ่งต้องมีการบูรณาการแผนงาน/โครงการจากหลายหน่วยงานครอบคลุมหลายมิติ อาทิ การใช้ประโยชน์ที่ดิน รักษาระบบนิเวศ แก้ปัญหาคุณภาพน้ำ รวมถึงใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำรองในช่วงฤดูแล้งด้วย

The post ‘บิ๊กป้อม’ ติดตามแผนฟื้นบึงบอระเพ็ด หนุน กว๊านพะเยา เวียงหนองหล่ม เพื่อประโยชน์ปชช. appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

ไม่กลัวอิทธิพล! ‘เฉลิมชัย’ สั่งลุยสกัดโรคลัมปี สกินในโค-กระบือ ให้อยู่

Thu, 05/13/2021 - 15:37

ไม่กลัวอิทธิพล! ‘เฉลิมชัย’ สั่งลุยสกัดโรคลัมปี สกินในโค-กระบือ ให้อยู่ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้มทุกพื้นที่ พร้อมเร่งรักษาสัตว์ป่วย  

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่ขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ จึงได้มีคำสั่งให้กรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวด ด้วยมาตรการต่างๆ ทั้ง การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด พร้อมทั้งเร่งรัดการประกาศเขต ทั้ง เขตโรคระบาดชั่วคราวฯเขตโรคระบาดฯเขตเฝ้าเฝ้าระวังฯ นอกจากนี้ให้ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบืออย่างเข้มงวด  กรณีที่พบโรคระบาด หากสอบสวนแล้วพบว่าเกิดจากการเคลื่อนย้าย ปศุสัตว์จังหวัดต้นทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบ  ขณะเดียวกันให้ทางกรมปศุสัตว์กำชับด่านกักกันสัตว์ตามแนวชายแดนให้เข้มงวดป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้าน และป้องกันปราบปรามการลักลอบเคลื่อนย้ายโค-กระบือพร้อมกำชับจุดตรวจให้เข้มงวดในการตรวจอาการ เป็นต้น และให้ทางกรมปศุสัตว์รายงานความคืบหน้าในการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างต่อเนื่อง

“ผมมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร ดังนั้นจึงกำชับให้กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการควบคุมป้องกันโรคลัมปี สกิน อย่างเข้มแข็ง จริงจังตรงไปตรงมา  ไม่เลือกปฏิบัติ ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ทุกคนขอให้ทำงานโดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลของผู้ใดทั้งสิ้น ตนเองพร้อมปกป้องและให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่” นายเฉลิมชัย กล่าว

ด้าน น.สพ.สรวิศ ธานีโตอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของของการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ที่พบในพื้นที่เขต 3, 4 และ 7 จนถึงขณะนี้ พบว่า มีแนวโน้มที่โรคจะแพร่กระจายไปในวงกว้าง ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค – กระบือ กรมปศุสัตว์จึงกำหนดการแบ่งพื้นที่ควบคุมโรคออกเป็น 2 รูปแบบ คือ หนึ่ง จังหวัดที่เกิดโรคและจังหวัดที่อยู่ในรัศมี 50 กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค และสอง จังหวัดที่อยู่นอกพื้นที่รัศมี 50 กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค และเพื่อให้มาตรการที่กรมปศุสัตว์สัมฤทธิ์ผล จึงได้มีหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เพื่อให้ช่วยกำกับติดตามดูแลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในแต่ละจังหวัดตามแนวทางของกรมปศุสัตว์

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรคนั้น ทางกรมปศุสัตว์ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติและสั่งการเป็นที่เรียบร้อย โดยให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ ควบคุมการเคลื่อนย้าย การจัดการดูแลในส่วนของตลาดนัดค้าสัตว์  พร้อมให้มีการตั้งจุดตรวจเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตโรคระบาด

“ที่สำคัญอีกประการในเรื่องของการรักษาโค-กระบือที่ป่วยเป็นโรคลัมปี สกินของเกษตรกรในพื้นที่การระบาด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เข้าไปรักษาอย่างเต็มที่แล้ว แต่เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่มียารักษาโดยตรง จึงจำเป็นต้องรักษาตามอาการ และบำรุงร่างกายสัตว์ให้มีสุขภาพดี และรักษาแผลเพื่อป้องกันการแทรกซ้อนจากเชื้อแบคทีเรีย และป้องกันแมลงต้อมแผลหรือเข้ามาวางไข่ อีกทั้งเร่งสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรเกี่ยวกับวิธีการป้องกันโรค เช่น การใช้หลอดไฟไล่แมลง และกางมุ้งเพือ่ป้องกันแมลงดูดเลือด การใช้ยาฆ่าแมลงแบบพ่นและแบบราดบนตัวสัตว์ เป็นต้น พร้อมกันนี้ขอให้เกษตรกรเข้มงวดเฝ้าระวัง และสังเกตอาการสัตว์ของตนเอง หากพบว่ามีอาการของโรคให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที” น.สพ.สรวิศ กล่าว

The post ไม่กลัวอิทธิพล! ‘เฉลิมชัย’ สั่งลุยสกัดโรคลัมปี สกินในโค-กระบือ ให้อยู่ appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

‘พรอสเพอร์ฯ ’ โชว์ผลงานไตรมาส 1/64 กวาดกำไร 23.78 ล้านบาท ชี้เห็นโอกาสเติบโตจากแรงหนุนธุรกิจ

Thu, 05/13/2021 - 15:30
‘พรอสเพอร์ฯ ’ โชว์ผลงานไตรมาส 1/64 กวาดกำไร 23.78 ล้านบาท ชี้เห็นโอกาสเติบโตจากแรงหนุนธุรกิจ

นายพงศ์เทพ รัตนแสงสรวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROS ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1/2564 ว่า บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 246.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จำนวน 169.71 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 45.01% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 23.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 2.26 ล้านบาท หรือกำไรเพิ่มสูงขึ้นกว่า 950.27% โดยสาเหตุหลักมาจากการส่งมอบงานอย่างต่อเนื่องหลังจากล่าช้ามาจากไตรมาส 4/2563 ประกอบกับงานที่ได้รับเป็นงานระยะสั้นจึงทำให้ส่งมอบงานและรับรู้รายได้รวดเร็วขึ้นและการควบคุมก่อสร้าง ที่ทำได้ค่อนข้างดี

“ผลงานไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถเติบโตอย่างโดดเด่นตามที่ได้คาดการณ์ไว้ ตั้งแต่ก่อนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ซึ่งโดยปกติไฮซีซั่นจะเป็นช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของทุกปี แต่ปีนี้คาดการณ์ว่าจะดีต่อเนื่อง หลังมีรายได้รอรับรู้ในมือประมาณ 1,800 ล้านบาท ที่ทยอยรับรู้รายได้ได้แล้ว ซึ่งลูกค้าหลักที่เป็นบริษัทชั้นนำยังคงมีงานต่อเนื่อง ทั้งงานภาคเอกชนที่เป็นลูกค้าชั้นนำของอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มโลตัส กลุ่มเดอะมอลล์ กลุ่มเอพี และงานภาครัฐ อาทิ งานก่อสร้างอาคารสำนักงาน กกพ. งานปรับปรุงอาคารนวมินทราชินี และอาคารคัดณางค์ รพ.จุฬา เป็นต้น นอกจากนี้ คาดว่ามีแผนที่จะประมูลงานในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2564 อีกกว่า 8,000 ล้านบาท ขณะที่สถานการณ์โควิดระลอกใหม่ บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบและบริษัทมีมาตรการดูแลพนักงานอย่างดี” นายพงศ์เทพกล่าว

นายพงศ์เทพกล่าวว่า สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนไอพีโอประมาณ  280 ล้านบาทนั้น บริษัทได้นำไปลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง เพื่อรองรับงานก่อสร้างในอนาคต และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงนำมาใช้ในการเจรจาสั่งซื้อวัตถุดิบสำคัญที่ต้องใช้ในการก่อสร้างเป็นเงินสด เพื่อให้ได้ต้นทุนค่าวัสดุอุปกรณ์ในราคาพิเศษและป้องกันการผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงด้านราคา  

นายพงศ์เทพกล่าวว่า บริษัทถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านงานรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคารรายใหญ่ของประเทศ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการทำงานมาอย่างยาวนาน มุ่งเน้นการให้บริการที่มีคุณภาพ การดูแลและเอาใจใส่ลูกค้าแต่ละโครงการอย่างใกล้ชิด การตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ตลอดจนการส่งมอบงานที่มีมาตรฐานและคุณภาพภายในระยะเวลาที่ลูกค้ากำหนด ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโครงการให้ดำเนินงานติดตั้งระบบวิศวกรรมประกอบอาคารมาอย่างต่อเนื่อง โดยฐานลูกค้าหลักกระจายอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ห้างสรรพสินค้า อาคารชุดพักอาศัย ศูนย์กระจายสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

The post ‘พรอสเพอร์ฯ ’ โชว์ผลงานไตรมาส 1/64 กวาดกำไร 23.78 ล้านบาท ชี้เห็นโอกาสเติบโตจากแรงหนุนธุรกิจ appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

“FSMART” อวดกำไรไตรมาสแรก 111 ล้าน มั่นใจยังไปต่อ เผยช้อปออนไลน์หนุนเติมเงิน e-Wallet พุ่ง

Thu, 05/13/2021 - 15:04
“FSMART” อวดกำไรไตรมาสแรก 111 ล้าน มั่นใจยังไปต่อ เผยช้อปออนไลน์หนุนเติมเงิน e-Wallet พุ่ง

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (FSMART) ผู้นำเครือข่ายช่องทางบริการอัตโนมัติและการเงินครบวงจร ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ภายใต้ชื่อ “บุญเติม” ที่ล่าสุด วารสารการเงินธนาคาร จัดอันดับ FSMART เป็นบริษัทยอดเยี่ยมประจำปี 2563 ของตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยงวดไตรมาส 1 ปี 2564 สามารถทำกำไรได้ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่กลับมาระบาดอีกระลอก โดยบริษัทมีมูลค่าเติมเงินรวมผ่านตู้บุญเติมอยู่ที่ 9,627 ล้านบาท รายได้รวม 707 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 111.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน

“พฤติกรรมใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์และบริการซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น ดันบริการเติมเงินเข้า e-Wallet มีมูลค่าเติมเงินเป็น 1,568 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้น 97.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว และยอดรายการโอนเงิน 2 ล้านรายการต่อเดือน เพิ่มขึ้น 46.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่าโอนเงิน 3,209 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าเข้าถึงได้สะดวก ใช้งานง่าย บริการตลอด 24 ชั่วโมง และมีบริการหลากหลาย รวมถึงการทยอยลดสาขาของธนาคาร อีกทั้งธุรกิจสินเชื่อสร้างรายได้ 3.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150 % เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว และ NPL อยู่ที่ 2.5%” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทรุกทุกธุรกิจหลักของบริษัทตามแผนที่วางไว้ โดยกลุ่มธุรกิจเติมเงิน-รับชำระเงินอัตโนมัติ นอกจากบริการเติมเงินมือถือและ e-Wallet จะเพิ่มบริการใหม่ ๆ ทั้งการชำระเบี้ยประกัน การรับชำระ พ.ร.บ. พร้อมต่อทะเบียน และเติมเงินบัตรรถโดยสาร ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ที่เพิ่มช่องทางการใช้บริการบุญเติมมากขึ้น คาดว่าจะทำให้ยอดเติมเงินรวมเติบโตได้ 15-20% หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ขณะที่กลุ่มธุรกิจทางการเงินและสินเชื่อครบวงจรมีอัตราการเติบโต อย่างต่อเนื่อง เป้าเติบโต 30% โดยตู้บุญเติมจะเป็นเสมือนธนาคารชุมชนที่มีบริการทางการเงินครบวงจร ฝาก-โอน-ถอน-เปิดบัญชี และการให้สินเชื่อ รองรับลูกค้าคนไทยและต่างด้าว พร้อมผลักดันบริการใหม่ เช่น บริการ e-KYC เพื่อเปิดบัญชี e-Saving ที่ให้บริการกับ KBANK และ SCB แล้ว คาดครึ่งปีหลังจะให้บริการครบทั้งธนาคารและ Non-bank สำหรับบริการถอนเงินสดผ่านตู้บุญเติม (Mini ATM) ที่สามารถถอนเงินสด เริ่มต้นที่ 20 บาท คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในไตรมาส 3 รวมถึงบริการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านตู้บุญเติมต่อไป และบริษัทจะเพิ่มการเป็นตัวแทนธนาคารเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ธนาคารในปีนี้ ส่วนธุรกิจสินเชื่อ บริษัทยังคงระมัดระวังในการให้สินเชื่อ

สำหรับกลุ่มธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและการกระจายสินค้า บริษัทผลักดันคาเฟ่อัตโนมัติ “เต่าบิน” ที่ปัจจุบันสามารถชงกาแฟและเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นได้มากกว่า 100 เมนู รสชาติคงที่ทุกแก้ว และให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เร่งขยายจุดบริการ 5,000 จุด ภายในสิ้นปีนี้ และ 20,000 จุด ใน 3 ปี อีกทั้งทุกคาเฟ่อัตโนมัติมีบริการของตู้บุญเติม ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มจุดบริการบุญเติมมากขึ้น โดยบริษัทไม่ต้องลงทุนตู้ใหม่ ทั้งนี้ คาดว่าจากราคาเฉลี่ยแก้วละ 30 บาท จะสร้างยอดขายกว่า 18 ล้านบาทต่อวัน จากยอดขาย 600,000 แก้วต่อวัน ซึ่งตั้งแต่เริ่มดำเนินการมาถือว่าได้รับการตอบรับดีมาก มียอดขายเฉลี่ยต่อจุดบริการอยู่ที่ 40-100 แก้วต่อวันในส่วนเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ภายใต้แบรนด์ “EV Net” บริษัทเตรียมพร้อมทั้งเครื่องและแพลตฟอร์มชำระเงิน “Be-Charger” ซึ่งจะเน้นการให้บริการในทำเลแบบพื้นที่ปิดที่มีการจอดรถเป็นเวลานาน หรือมีการจอดรถหมุนเวียน เช่น จุดจอดรถ ในอาคารสำนักงาน หรือคอนโดมิเนียม เป็นต้น กลุ่มธุรกิจนี้จะขยายฐานลูกค้าใหม่ให้บริษัทมากขึ้น

The post “FSMART” อวดกำไรไตรมาสแรก 111 ล้าน มั่นใจยังไปต่อ เผยช้อปออนไลน์หนุนเติมเงิน e-Wallet พุ่ง appeared first on มติชนออนไลน์.

Categories: Economy

Pages