The Standard

Subscribe to The Standard feed
สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ.
Updated: 22 min 19 sec ago

จับ บ.ก. สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน แจ้งข้อหาเปิดเผยความลับสำหรับความปลอดภัยประเทศ

23 min ago

วันนี้ (29 มิถุนายน) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อเวลา 16.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้เข้าแสดงหมายจับต่อ ธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน มีรายงานว่าธนาพลถูกควบคุมตัวไปทำบันทึกการจับกุมและสอบสวน

 

สำหรับรายละเอียดในหมายจับ ระบุว่าข้อหาว่ากระทำความผิดฐาน กระทำการใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อความเอกสารหรือสิ่งใดๆ อันปกปิดไว้สำหรับความปลอดภัยของประเทศ, กระทำการใดๆ เพื่อให้ผู้อื่นล่วงรู้ หรือได้ไปซึ่งข้อความ เอกสารหรือสิ่งใดๆ อันปกปิดไว้เป็นความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศ และตระเตรียมการ หรือพยายามกระทำความผิดใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อความหรือเอกสารหรือสิ่งใดๆ อันปกปิดไว้เป็นความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศและเพื่อให้ผู้อื่นล่วงรู้ หรือได้ไปซึ่งข้อความ เอกสารหรือสิ่งใดๆ อันปกปิดไว้เป็นความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานเพิ่มเติมว่า ตำรวจได้พาธนาพลไปที่ ปอท. โดยไม่รอให้ทนายพบผู้ถูกจับกุม ขณะนี้กำลังประสานทนายติดตามไปแล้ว

 

ภาพ: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม / THE STANDARD

The post จับ บ.ก. สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน แจ้งข้อหาเปิดเผยความลับสำหรับความปลอดภัยประเทศ appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

เปิดความคิด ‘แอดมินหมู’ มือไลฟ์ของชัชชาติ ผู้ส่งสารความหวังเพื่อคนกรุงเทพฯ

35 min 43 sec ago

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ประชาชนก็ไม่จำเป็นต้องมาดักรอเพื่อถาม-ตอบกับนักการเมืองอีกต่อไป ด้วยการไลฟ์ที่ช่วยย่นระยะห่างระหว่างพวกเขาและ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทำให้ประชาชนได้พูดคุยกับผู้ว่าฯ ของพวกเขาอย่างใกล้ชิด โดยมีเสียงบรรยายสร้างสีสันจากผู้ดูแลการไลฟ์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่าง ‘แอดมินหมู’

 

THE STANDARD พูดคุยกับ ‘วิทยา ดอกกลาง’ หรือ แอดมินหมู บุรุษวัย 26 ปี ผู้อยู่เบื้องหลังการไลฟ์ ที่คอยถือกล้องตามถ่าย บรรยาย และเล่นมุก ผ่านเพจ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.4 ล้านคน เพื่อเป็นหูเป็นตาและสร้างความหวังให้กับคนกรุงเทพฯ

 

จุดเริ่มต้นของแอดมินหมู

วิทยา ดอกกลาง เล่าถึงเรื่องราวก่อนมาเป็นแอดมินหมูว่า ตนจบการศึกษาจากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สาขาเทคโนโลยีการศึกษาและสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำให้มีประสบการณ์เป็นทีมหลังบ้านในการถ่ายทอดสดและไลฟ์เฟซบุ๊กมาก่อน ภายหลังถูกแนะนำปากต่อปากให้มาถ่ายวิดีโอลงพื้นที่ของชัชชาติ ก่อนจะโยกย้ายมายังทีมไลฟ์จนกลายเป็นแอดมินหมูอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

 

“วันแรกที่เจออาจารย์ชัชชาติเป็นชุมชนตึกแดง ย่านบางซื่อ เจอกันครั้งแรกก็ดีใจที่ได้เจอ แต่เขาไม่คุยกับผมเลย เรามาถ่ายเขานะ (หัวเราะ) สุดท้ายหลังเลิกงานได้คุยกัน อาจารย์ถามว่าชื่ออะไร แล้วก็เป็นวันเดียวที่เขาจำชื่อผมได้ หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยเรียกชื่อผมอีกเลย”

 

จากบทบาทหลังบ้านสู่พิธีกรหน้าบ้านในไลฟ์ วิทยาเล่าถึงบทบาทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงว่า ก่อนหน้านี้ตนมีหน้าที่ตรวจสอบภาพและเสียง แต่หน้าที่พิธีกรในปัจจุบันคือการช่วยเสริมประเด็นความคิดและรับ-ส่งกับชัชชาติเพื่อเนื้อหาบางอย่าง

 

“สังเกตดูว่าถ้าอาจารย์พูดเองข้อมูลจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ในขณะที่ถ้าอาจารย์พูดกับเราก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ขึ้นอยู่กับวิธีการนำเสนอที่จะช่วยให้บทบาทของอาจารย์ถูกสื่อสารออกมาเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น”

 

ตัวตนของแอดมินหมูกับบทบาทเงาของอาจารย์ชัชชาติ

แม้ในโลกออนไลน์จะมีการกล่าวถึงไลฟ์ของชัชชาติเป็นวงกว้าง ส่งผลให้คนรู้จักแอดมินหมูมากยิ่งขึ้น แต่วิทยากล่าวว่าตนไม่ได้ให้คุณค่ากับตัวตนที่เกิดขึ้นจากการไลฟ์ เพราะเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว ไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนจะรู้จักเรา และมีความสุขกับชีวิตแบบคนปกติมากกว่า

 

“ให้อีก 2 เดือนหรือเดือนเดียวก็ไม่มีใครจำเราได้แล้ว ถ้าวันไหนที่ผมวางมือถือลง ไม่ได้ไลฟ์แล้ว ตัวตนของแอดมินหมูก็หายไปเช่นเดียวกัน แต่เราไม่ได้ให้ค่ากับตัวตนที่มันเกิดขึ้น เพราะมันเป็นเรื่องชั่วคราว ผมมีความสุขกับชีวิตแบบมาตรฐาน แบบคนปกติ”

 

เมื่อถูกสอบถามถึงบทบาทการเป็นมือขวาของชัชชาติ วิทยากล่าวว่าตนอาจจะเป็นแค่เงา มากกว่ามือขวาที่มีพลังอำนาจ

 

“เขาไม่ได้มาดูเรา เขาดูอาจารย์ชัชชาติ”

 

แอดมินหมูกับความตั้งใจในการสร้างความสุข เพื่อคนกรุงเทพฯ

วิทยาเล่าว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้แอดมินหมู พิธีกรบรรยายไลฟ์ของชัชชาติ กลายเป็นที่รู้จัก คือช่วงหาเสียงที่ผู้ติดตามมักจะกล่าวว่าตนเสียงเพราะ เสียงหล่อ ทำให้มีผู้ฟังขาประจำประมาณหลักร้อย 

 

เมื่อวิทยาสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ดูไลฟ์มักจะเข้ามาฟังพร้อมทั้งทำกิจกรรมอื่นไปด้วยเพื่อความเพลิดเพลิน รวมถึงมีผู้พิการทางสายตาเข้ามาฟังแล้วจินตนาการเห็นภาพกรุงเทพฯ มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเข้ามาฟังไลฟ์แล้วเกิดกำลังใจใช้ชีวิตต่อ ตนจึงตั้งใจบรรยายและพูดคุยกับชัชชาติเพื่อสร้างความสุขให้กับผู้ชมต่อไป

 

“อยากบอกทุกคนว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว คุณเปิดไลฟ์ผมจะอยู่กับคุณตลอด ฟังเสียงผม เรามาคุยกัน ผมจะบรรยายให้เห็นความสวยงามของกรุงเทพฯ ที่มีอยู่ แล้วเราจะเห็นความสวยงามของอนาคตที่อยู่ไม่ไกล”

 

การไลฟ์ เครื่องมือที่ลดระยะห่างระหว่างผู้ว่าฯ และประชาชน

วิทยากล่าวว่า การไลฟ์เป็นเทคโนโลยีช่วยย่นระยะทางระหว่างชัชชาติและประชาชน ผู้ชมไม่จำเป็นต้องเดินทางมาถึงศาลาว่าการเพื่อร้องเรียน แต่พวกเขาสามารถพิมพ์เข้ามาในไลฟ์ได้ทันที ในขณะเดียวกันชัชชาติก็ไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างเดียว แต่เขาสามารถอ่านคอมเมนต์ ทำให้ทราบถึงสภาพสังคม ผลกระทบ และความคิดเห็นของประชาชนได้เช่นกัน

 

“เราเป็นเรา เป็นหู-ตาให้ประชาชน คอยสอดส่องให้พวกเขาเห็นการทำงานของผู้ว่าฯ กทม. ในขณะเดียวกันเราก็เป็นหู-ตาให้อาจารย์ อาจารย์จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบข้างบ้าง” ก่อนจะเสริมว่าชัชชาติอ่านครบทุกความคิดเห็นจริงๆ 

 

อนาคตของแอดมินหมูจะเป็นอย่างไรต่อ

“เราไม่รู้หรอกว่าจะหมดสัญญาเมื่อไร ไม่รู้สึกว่าทุกอย่างจะจบลงเวลาไหน แต่วันนี้เราทำเต็มที่แล้ว อย่างน้อยเราก็ไม่เสียใจภายหลัง ถ้าแอดมินหมูจบลง มันก็จะเป็นแอดมินในตำนานไปเลย”

 

ภาพ: รัชฌาพัฒน์ โพธิลิมปวรกุล

The post เปิดความคิด ‘แอดมินหมู’ มือไลฟ์ของชัชชาติ ผู้ส่งสารความหวังเพื่อคนกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

‘OMG! Fund’ Airbnb ลงทุนสร้างที่พักแปลกแหวกแนว ให้กับผู้ชนะ 100 คน เป็นเงินกว่า 350 ล้านบาท

42 min 39 sec ago

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักออกแบบ สถาปนิก หรือผู้ที่ชื่นชอบในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มามุงตรงนี้กันดีๆ เนื่องจาก Airbnb แพลตฟอร์มตัวกลางรับบ้านพักทั่วโลก ประกาศตามหาผู้ที่มีใจรักในการออกแบบ ชวนมาออกแบบที่อยู่อาศัยในสไตล์แปลกใหม่ไม่เหมือนใครผ่านโปรเจกต์ OMG! Fund 

 

แรกเริ่มเดิมที่ OMG! เป็นหมวดหมู่หนึ่งในหลายหมวดของ Airbnb ที่ทำขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ของการพักบ้านพักที่ไม่ธรรมดา แปลกแหวกแนว ไม่เหมือนใคร เช่น บ้านรองเท้าบู๊ต ยานบินอวกาศ หรือแม้แต่บ้านแบบ Hobbit เหมือนในภาพยนตร์ The Lord of the Rings เป็นต้น และเพื่อขยายขอบเขตของบ้านพักสไตล์นี้ให้กว้างขึ้น Airbnb จึงผุดโปรเจกต์ OMG! Fund เพื่อค้นหาผู้มีความสามารถมาช่วยกันสร้างที่พักสไตล์ดังกล่าว โดยมีเงินจากแพลตฟอร์มสนับสนุนให้คนละ 1 แสนดอลลาร์ หรือราว 3.5 ล้านบาท จำนวน 100 คน

 

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม และซูเปอร์โฮสต์ของ Airbnb อย่าง Iris Apfel, Kristie Wolfe, Koichi Takada และ Bruce Vaughn ผ่านเกณฑ์การตัดสิน 4 หัวข้อ ได้แก่ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การใช้งานได้จริง ประสบการณ์ของผู้เข้าพัก และความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม และอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ผู้ชนะ 100 คนจากไอเดียทั้งหมด จะได้รับเงินสนับสนุนคนละ 1 แสนดอลลาร์ หรือราว 3.5 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งหมด 10 ล้านดอลลาร์ หรือราว 350 ล้านบาท 

 

ผู้อ่านท่านไหนสนใจ ไม่ว่าจะคุณจะแค่มีไอเดียอยากทำบ้านพัก หรือแค่อยากประลองไอเดียเล่นๆ สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.airbnb.com/d/omgfund และสมัครได้ที่ www.airbnb.com/d/omgfund_apply ตั้งแต่วันนี้ – 23 กรกฎาคม 2022 เวลา 22.59 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

ภาพ: Airbnb

อ้างอิง:

The post ‘OMG! Fund’ Airbnb ลงทุนสร้างที่พักแปลกแหวกแนว ให้กับผู้ชนะ 100 คน เป็นเงินกว่า 350 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

กมธ.กฎหมายคู่ชีวิตและสมรสเท่าเทียม เตรียมถกรับความหลากหลายทางเพศ ไม่มีคำเรียกนำหน้าว่า ‘นาย-นาง-นางสาว’

1 hour 2 min ago

วันนี้ (29 มิถุนายน) แทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คู่ชีวิต พ.ศ. …. และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. …. หรือสมรสเท่าเทียม ร่วมกันแถลงผลการประชุม

 

ธณิกานต์กล่าวว่า แนวทางการพิจารณาจะพิจารณาทั้งหมด 4 ร่าง โดยแบ่งเป็น 2 คู่คือ ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต 2 ฉบับ และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2 ฉบับควบคู่กันไป ภายใต้หลักการว่าต้องไม่กระทบสิทธิของชายหญิงที่มีอยู่เดิม แต่ต้องส่งเสริมให้มากขึ้น และเพิ่มความครอบคลุมสำหรับทุกเพศหรือสำหรับเพศเดียวกัน 

 

ขณะที่แทนคุณกล่าวว่าในส่วนของเนื้อหาที่มีการลงรายละเอียด เป็นการเตรียมรับความเปลี่ยนผ่านของสังคมที่มีความหลากหลายทางเพศไปจนถึงความไม่มีเพศ เช่น การจะไม่มีคำเรียกนำหน้า นาย, นาง, นางสาว หรือจะไม่มีคำเรียกภรรยา สามี ซึ่งต้องคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นหรือสูญเสีย จำเป็นต้องมองให้ครบทุกด้าน 

 

ทั้งนี้ยังมีเรื่องเกี่ยวกับเสรีภาพที่จะได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ เพราะบางประเทศยังไม่ยอมรับในเรื่องความหลากหลายทางเพศ ซึ่ง กมธ. บางส่วนที่มาจากกระทรวงการต่างประเทศ ได้มาร่วมหารือเพื่อสร้างความรับรู้และความเข้าใจ

 

แทนคุณกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือกฎหมายฉบับนี้มีความก้าวหน้า แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่ามีการเปลี่ยนผ่านบริบทใหญ่ของสังคมคือ คู่สมรส และคนอื่นที่เป็นประชากรหลักอีก 70 ล้านกว่าคน จะสามารถยอมรับหรือเข้าใจความหลากหลายในมิตินี้ได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ต้องถูกปัดตก หรือถูกฟ้องร้องต่อศาล ซึ่ง กมธ. ได้หยิบยกมาพูดคุยในที่ประชุมว่าศาลรัฐธรรมนูญเคยตีความว่าไม่ขัด นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของสามีภรรยาอีก 47 ฉบับที่ต้องแก้ไขเช่นกัน รวมถึงสิทธิในการจัดตั้งครอบครัวของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศว่าในอนาคตผู้ชาย 1 คนอาจจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับบุตรได้ ซึ่งต้องดูว่าบริบทของสังคมในเวลานั้นจะสามารถยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงความทับซ้อนของกฎหมายว่าหากบุคคลจดทะเบียนตามกฎหมายสมรสแล้วจะไปจดทะเบียนคู่ชีวิตกับอีกคนหนึ่งได้หรือไม่ และจะมีเงื่อนไขใดบ้างที่แตกต่างกัน 

 

นอกจากนั้นยังมีการหารือเรื่องนิยามของความเป็นเพศ เพราะปัจจุบันนี้ในกลุ่ม LGBTQIA+ ก็มีกลุ่มที่ไม่ระบุเพศอยู่เช่นกัน เช่น กลุ่มเอเซ็กชวล (Asexsual) คือกลุ่มที่ไม่ต้องการให้ระบุเพศใด ซึ่งเป็นประเด็นที่ กมธ. ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน

The post กมธ.กฎหมายคู่ชีวิตและสมรสเท่าเทียม เตรียมถกรับความหลากหลายทางเพศ ไม่มีคำเรียกนำหน้าว่า ‘นาย-นาง-นางสาว’ appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ตำนาน ‘หงส์แดง-ปีศาจแดง’ ร่วมกิจกรรมฟุตบอลคลินิก สอนน้องๆ 4 ภาคทั่วประเทศไทย

1 hour 5 min ago

ก่อนหน้าที่จะถึงแมตช์ประวัติศาสตร์ THE MATCH: Bangkok Century Cup 2022 ในวันที่ 12 กรกฎาคม ​​บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ผู้จัดงานศึกแดงเดือดนอกเกาะอังกฤษครั้งแรกในเอเชีย ร่วมกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสโมสรลิเวอร์พูล จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ภายใต้โครงการ THE MATCH: Bangkok Century Cup Football Clinic ลงพื้นที่จัดฟุตบอลคลินิกใน 4 ภูมิภาคของประเทศไทย 

 

โดยงานนี้ได้ ยอห์น อาร์เน รีเซ ตำนานแบ็กซ้ายสโมสรลิเวอร์พูล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ตำนานศูนย์หน้าเชิงสูงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินทางมาเพื่อถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้ เพื่อมอบความรู้ คำแนะนำ พร้อมเสริมสร้างทักษะ เทคนิค และประสบการณ์ที่ถูกต้องในการเล่นกีฬาฟุตบอลแบบมืออาชีพให้กับเด็กและเยาวชนไทยอายุ 14-18 ปีที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล ที่จังหวัดเชียงใหม่ อุดรธานี จันทบุรี และภูเก็ต เมื่อวันที่ 24-25 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดยเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกจากสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดทั้งหมด 77 จังหวัด กว่า 2,000 คน รวมถึงเยาวชนพิเศษและเยาวชนด้อยโอกาส สามารถเข้าชมการซ้อมของทั้ง 2 สโมสรในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ และเข้าชมวันแข่งขันของทั้ง 2 สโมสรในวันที่ 12 กรกฎาคมอีกด้วย

 

วินิจ เลิศรัตนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ผู้จัดการงาน THE MATCH: Bangkok Century Cup 2022 กล่าวว่า “โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด และการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬาให้กับเยาวชน พร้อมเสริมสร้างศักยภาพและทักษะความรู้พื้นฐานการเล่นฟุตบอลอย่างมืออาชีพมาตรฐานสากล เพื่อนำประสบการณ์ไปพัฒนาตัวเองสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพในอนาคตต่อไป”

 

ด้านรีเซ ตัวแทนสโมสรลิเวอร์พูล กล่าวว่า “ในต่างจังหวัดของประเทศไทย ยังมีเด็กๆ ที่มีความฝันแต่ขาดแคลนโอกาสที่จะเข้าถึงสนามฟุตบอลที่ดี อุปกรณ์ที่ดี และโค้ชที่จะสอนเทคนิคการเล่นที่ดีให้กับพวกเขา เราดีใจที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายความฝันให้เด็กๆ เหล่านั้น”

 

ส่วนเชอริงแฮม ตัวแทนสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพต้องมีจิตใจที่แน่วแน่ มีสมาธิ โอกาสนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่เราจะได้ไปถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้กับเด็กไทยในจังหวัดต่างๆ เพื่อที่จะได้นำความรู้และเทคนิคการเล่นฟุตบอลไปพัฒนาตนเองและแบ่งปันเพื่อนๆ ต่อไป”

 

The post ตำนาน ‘หงส์แดง-ปีศาจแดง’ ร่วมกิจกรรมฟุตบอลคลินิก สอนน้องๆ 4 ภาคทั่วประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

2 ก.ค. นี้ พบกับรายการ Seven Stars ตามหาคนไทยร่วมเดบิวต์กับไอดอลเกาหลีใต้ พร้อมดึง จุนซู JYJ, พัคจีฮุน และ ยองแจ GOT7 เป็นเมนเทอร์

1 hour 9 min ago

วันที่ 2 กรกฎาคมนี้ เตรียมรับชม Seven Stars รายการออดิชันรูปแบบใหม่ที่จะตามหาสมาชิก 4 คนจากประเทศไทย เพื่อฟอร์มวงใหม่ร่วมกับไอดอลจากเกาหลี 3 คน ได้แก่ ยงควอน, ยุนมิน และ อูชอล เพื่อเดบิวต์เป็นบอยแบนด์คุณภาพระดับสากล

 

GANADA Entertainment บริษัทผู้จัดงานแฟนมีตติ้งและคอนเสิร์ตของดาราและศิลปินเกาหลีใต้มามากมาย ได้เล็งเห็นถึงกระแสเคป๊อปในไทย จึงทำรายการ Seven Stars ขึ้นมา พร้อมดึงตัวศิลปินชื่อดังอย่าง จุนซู JYJ, พัคจีฮุน และ ยองแจ GOT7 มาเป็นเมนเทอร์คอยช่วยให้คำแนะนำ เพื่อดึงศักยภาพของผู้เข้าแข่งขันอย่างเต็มที่ และยังได้ จุนเค 2PM มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ด้วย

 

 

นอกจากจะได้ฝึกฝนและทำงานร่วมกับไอดอลรุ่นพี่มากความสามารถแล้ว รายการยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษอย่าง แบมแบม สมาชิกชาวไทยในวง GOT7 ที่จะมาเผยประสบการณ์การทำงานให้ฟัง แบมแบมได้ฝากข้อความถึงผู้เข้าแข่งขันไว้ล่วงหน้าว่า “อยากจะเจอกันตอนที่เดบิวต์แล้วนะครับ สู้ๆ นะครับ”

 

 

รายการ Seven Stars เปิดออดิชันไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจำนวน 18 คนที่กำลังฝึกฝนการร้อง การเต้น และทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับสมาชิกจากเกาหลี เพื่อดูเคมีความเข้ากันได้ของสมาชิกในวง

ยงควอน เคยเข้าแข่งขันรายการเซอร์ไววัล BOYS24 ช่อง Mnet ส่วน ยุนมิน และ อูชอล เดบิวต์ด้วยกันภายใต้วงบอยแบนด์ Newkidd ขณะนี้พวกเขาเริ่มออกเดินสายตามรายการต่างๆ และกำลังเรียนภาษาไทยอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมตัวเดบิวต์กับสมาชิกชาวไทยอีก 4 คน

 

 

รายการ Seven Stars ออกอากาศตอนแรก วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคมนี้ เวลา 16.50-17.50 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 กด 33

 

ช่องทางการติดตามรายการ Seven Stars:

The post 2 ก.ค. นี้ พบกับรายการ Seven Stars ตามหาคนไทยร่วมเดบิวต์กับไอดอลเกาหลีใต้ พร้อมดึง จุนซู JYJ, พัคจีฮุน และ ยองแจ GOT7 เป็นเมนเทอร์ appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ชมคลิป: ‘ตัวแทนชัชชาติ’ รับหนังสือขอใช้ลานคนเมืองจัดเวทีกิจกรรมทางการเมืองจาก จตุพร-ทนายนกเขา

1 hour 13 min ago

สดจากศาลาว่าการ กทม. ‘ตัวแทนชัชชาติ’ รับหนังสือขอใช้ลานคนเมืองจัดเวที กิจกรรมทางการเมืองจาก จตุพร-ทนายนกเขา

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: ‘ตัวแทนชัชชาติ’ รับหนังสือขอใช้ลานคนเมืองจัดเวทีกิจกรรมทางการเมืองจาก จตุพร-ทนายนกเขา appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

15 ปี Ratatouille แอนิเมชันจากดิสนีย์ ที่เขย่ากรอบสังคมด้วยวลี “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้”

1 hour 17 min ago

เชื่อว่าผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นตอนปลายหลายๆ คนคงเคยดู Ratatouille พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก กันมาก่อน วันนี้เป็นโอกาสดีที่ THE STANDARD POP จะพาทุกคนมาตอกย้ำความโตเป็นผู้ใหญ่ของพวกเรากันสักหน่อย เพราะในวันนี้ (29 มิถุนายน) แอนิเมชันจากดิสนีย์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของเจ้าหนูผู้ชื่นชอบการทำอาหารจะมีอายุครบ 15 ปีแล้ว และเพื่อฉลองความผ่านไปไวของเวลาและภาพยนตร์ในใจของหลายๆ คน (รวมทั้งตัวผู้เขียนเอง) เราจึงอยากพาทุกคนมองผ่านประตูห้องครัวไปสำรวจการ์ตูนเรื่องโปรดอีกครั้ง 

 

ว่ากันว่าการ์ตูนวัยเด็กมาดูอีกครั้งตอนโตเราจะได้เมสเสจที่ต่างออกไป ซึ่ง Ratatouille การ์ตูนว่าด้วยเรื่องราวของเจ้าหนูเรมี หนูท่อที่กลายมาเป็นเชฟในภัตตาคารชื่อดังกลางปารีสเรื่องนี้ก็เช่นกัน ผู้เขียนในวัยเด็กเองมองว่าเป็นการ์ตูนน่ารักที่นำเสนอมิตรภาพระหว่าง เรมี เจ้าหนูท่อที่มนุษย์ต่างก็มีภาพฝังหัวว่าสกปรก น่ารังเกียจ และ ลิงกวินี เด็กหนุ่มจิตใจดีแต่ทำอาหารไม่เก่ง แต่เมื่อมาดูอีกครั้งกลับพบว่า Ratatouille เป็นการ์ตูนที่นำเสนอเนื้อหาหลายอย่างที่ลึกซึ้ง

 

“ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้”

 

 

เป็นมอตโตที่ถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอดภาพยนตร์ มอตโตนี้เป็นคติประจำใจของ ออกุสต์ กุสโต เจ้าของภัตตาคารชื่อดังที่เชื่อว่าทุกคนทำอาหารได้

 

เชื่อไหมว่าประโยคง่ายๆ เช่นนี้สื่อความหมายถึงการทำลายขนบทางสังคมเรื่องชนชั้นเลยทีเดียว เราคงเห็นจากในเรื่องแล้วว่าการทำอาหารคือศิลปะ จริงอยู่ที่ไม่ว่าชนชั้นใดๆ ล้วนต้องกิน และเมื่อกินก็ต้องหุงหาอาหาร แต่การทำอาหารบางประเภทเท่านั้นที่สังคมพิจารณาว่าเป็นศิลปะ อย่างเช่น Haute Cuisine (อาหารชั้นสูง) เพราะการทำอาหารในภัตตาคารหรูต้องมีองค์ประกอบที่พิถีพิถันหลายอย่าง สูตรที่แน่นอน วัตถุดิบคุณภาพดี พ่อครัวที่ผ่านการฝึกฝนจนชำนาญ ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้จึงสามารถเรียกได้เต็มปากว่า การทำอาหารคือศิลปะ (ตามที่เขาว่าน่ะนะ)

 

และศิลปะไม่ใช่สำหรับทุกคน อย่างน้อยก็ในความเชื่อของคนสมัยก่อน ยุโรปขึ้นชื่อว่าให้ความสำคัญกับศิลปะเป็นอย่างมาก ศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวาด การเขียน งานไม้ งานปั้น หรือการทำอาหาร จะถูกสงวนไว้ให้คนที่เหมาะสม และคนในแต่ละวงการศิลปะก็จู้จี้ทีเดียวในการรับคนเข้าร่วมวงการของตน ใช่ว่าทุกคนในครัวจะเป็นชนชั้นสูง แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ใช่หนู

 

ทำไมต้องหนู?

 

 

ในทางวรรณกรรมหนูมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของคนจากชนชั้นต่ำ เพราะตามธรรมชาติหนูมักอยู่ตามท่อ พื้นที่ไม่สะอาด ขโมยของกิน และดุร้าย ซึ่งเป็นภาพจำเชิงลบที่สังคมมีต่อคนจากชนชั้นล่าง การจะทลายกำแพงที่คั่นระหว่างชนชั้นล่างกับศิลปะ เพื่อตอกย้ำว่าไม่ว่าใครก็เป็นศิลปินได้ จึงต้องใช้หนูเป็นสัญญะ

 

“ปัญหาชีวิตของผมคืออะไรน่ะเหรอ อย่างแรกเลยผมเป็นหนู ซึ่งก็แปลว่าชีวิตยากแน่ และสองผมมีประสาทรับรสและกลิ่นดีเยี่ยม”

 

เป็นหนูนั้นเลวร้าย และเป็นหนูที่มีพรสวรรค์ยิ่งเพิ่มความยากเข้าไปอีก เพราะดูเหมือนไม่มีที่ไหนเหมาะกับเขาเลย (ซึ่งในข้อนี้เขาก็คล้ายกับตัวละคร ฌอง บัปติส เกรอนุย จากวรรณกรรม Das Parfum หรือ น้ำหอม อยู่ทีเดียว) เรมีถูกรังเกียจตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกพบเห็น ทุกคนต้องการกำจัดเขาไปให้พ้นครัว พ่อและครอบครัวของเขาเชื่อว่าที่ที่เหมาะกับเขาคือท่อมากกว่าหน้าเตา และความเห็นจากคนอื่นๆ ในสังคมก็เป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาไม่สามารถทำอาหารได้อย่างเปิดเผย ไม่ว่าต่อหน้าพ่อครัวคนอื่นหรือพ่อแท้ๆ ของเขาก็ตาม เพราะต่างมองว่าเขาอยู่ผิดที่ผิดทาง 

 

 

แต่เจ้าหนูที่มีพรสวรรค์ล้นไม่ยอมแพ้ เขาต่อสู้กับชะตากรรมด้วยการยืนยันจะทำอาหาร! แต่แน่นอนว่าต้องทำด้วยวิธีการแบบไม่ตรงไปตรงมา การต่อสู้แบบไม่ตรงไปตรงมานี้เป็นวิธีที่คนชายขอบใช้ต่อสู้ ในกรณีของเรมีที่ไม่ถูกยอมรับเพราะรูปลักษณ์ของหนู เขาจึงใช้รูปลักษณ์ของ ลิงกวินี บังตาทุกคนเพื่อให้ทำอาหารต่อไปได้

 

ลิงกวินีเองก็เป็นอีกตัวละครที่ถูกดูถูก แม้แต่เรมีที่ทุกคนดูถูกก็ยังไม่คิดว่าเด็กเก็บขยะคนนี้จะทำอาหารได้ (แม้จะจริงอย่างว่า เพราะพรสวรรค์ของลิงกวินีไม่ใช่การทำอาหารจริงๆ) แต่เขาก็เป็นคนที่ทำให้เราเห็นภาพการจัดลำดับชนชั้นในห้องครัวได้อย่างชัดเจน

 

คนจากชนชั้นล่าง คนที่ไม่มีประสบการณ์ ไม่ใช่แค่สองกลุ่มที่ถูกกีดกันจากทัพพีและกระทะหลังภัตตาคารหรู แต่ผู้หญิงก็เช่นกัน

 

 

“นายเห็นผู้หญิงอยู่กี่คนในครัวนี้กัน แค่ฉัน แล้วนายคิดว่าทำไมล่ะ ก็เพราะครัวอาหารชั้นสูงคือระบบชนชั้น จัดลำดับขั้นคร่ำครึที่สร้างขึ้นตามกฎของพวกผู้ชายแก่โง่ๆ ไงล่ะ แล้วกฎพวกนั้นก็ถูกสร้างมาให้เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้หญิงจะก้าวเท้าเข้ามาในโลกนี้…แต่ฉันก็ยังเข้ามาได้ รู้ไหมทำไม เพราะฉันคือคนที่แกร่งที่สุดในครัวนี้”

 

ผู้หญิงถูกกีดกันจากศิลปะชั้นสูงแทบทุกแขนงเป็นธรรมเนียม และการทำอาหารก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ผู้หญิงทำอาหารกันเยอะแยะแต่มันคือหน้าที่ ไม่ใช่ศิลปะ ศาสตร์แห่งการคนซอส หั่นหอมใหญ่ และย่างเนื้อถูกสงวนไว้ให้ผู้ชาย และแม้ Ratatouille จะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันร่วมสมัย แต่ความเหลื่อมล้ำทางเพศในห้องครัวก็ยังปรากฏอยู่ และคอลเลตต์ก็ตอกย้ำเรื่องนั้นอย่างชัดเจน น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่าถ้ากฎที่คอลเลตต์พูดถึงหายไป เราจะเห็นผู้หญิงในห้องครัวของกุสโตเพิ่มขึ้นไหม

 

 

แม้ว่า Ratatouille จะแสดงภาพสังคมในครัวอาหารชั้นสูง แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ฉายภาพให้ได้เห็นว่าเบื้องหลังของจานอาหารที่ถูกตกแต่งอย่างงดงาม และลูกค้ากำลังรับประทานอย่างเอร็ดอร่อยนั้น กลับตอกย้ำถึงระบบชนชั้น การเหมารวม และการกีดกันทางเพศ แต่ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เรมีพิสูจน์แล้วว่าอคติเหล่านั้นมันไม่จริง ผู้เขียนเชื่อว่าเรมีและ Ratatouille จะยังคงทลายกำแพงในใจผู้คนต่อไปได้ด้วยความตั้งใจมั่นและยึดถือในสิ่งที่ตัวเองรัก อย่างที่เขาทำให้นักวิจารณ์ แอนทอน อีโก ผู้เคยมีอคติเปิดใจยอมรับว่า

 

“ใช่ว่าทุกคนจะเป็นศิลปินได้ แต่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่มาได้จากทุกชาติกำเนิด”

The post 15 ปี Ratatouille แอนิเมชันจากดิสนีย์ ที่เขย่ากรอบสังคมด้วยวลี “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

จากแรงบันดาลใจของคิปโชเก สู่ ‘Sub7Sub8’ เมื่อมนุษย์ขอท้าทายขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์อีกครั้ง

1 hour 23 min ago

ในเดือนตุลาคมปี 2019 มีผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกต่างเฝ้าจับตาและเอาใจช่วย เอเลียด คิปโชเก สุดยอดนักวิ่งมาราธอนแห่งยุค ที่ขอท้าทายกับสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนอย่างการวิ่งมาราธอนในระยะเวลาที่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง

 

ท่ามกลางกำลังใจมากมายเหล่านั้น มี 5 คนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคิปโชเก ที่กลายเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่สามารถวิ่งมาราธอนได้ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งพวกเขาทั้ง 5 กำลังคิดถึงการทำอีกสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

 

จะเป็นไปได้ไหมถ้าจะมีมนุษย์ชายและหญิงที่สามารถแข่งไตรกีฬาจบได้ในระยะเวลาต่ำกว่า 7 และ 8 ชั่วโมงตามลำดับ

 

5 คนที่นั่งอยู่บนโต๊ะสนทนาในประเทศบาห์เรน – ไม่กี่เดือนหลังจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของคิปโชเก – ประกอบไปด้วย คริส แม็คคอร์แม็ค แชมป์โลกไตรกีฬา, โม ฟาราห์ เจ้าของ 4 เหรียญทองโอลิมปิก, มาร์ก คาเวนดิช นักจักรยานชื่อดัง และนักไตรกีฬาอีก 2 คนคือ อลิสแตร์ บราวน์ลี และ ดานิเอลา รีฟ

 

ตามประวัติศาสตร์แล้วไม่เคยมีนักกีฬาคนใดที่จบการแข่งขันไตรกีฬาได้ในเวลาที่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมงมาก่อน และไม่เคยมีใครคิดที่จะทำด้วย แต่เมื่อได้เห็นสิ่งที่ยอดนักวิ่งชาวเคนยาทำแล้ว สิ่งที่พวกเขาหารือแลกเปลี่ยนกันคือ ถ้าสมมติมีการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม บางทีพวกเขาอาจจะทำได้

 

ในการวิ่งครั้งประวัติศาสตร์ ‘Sub2’ ของคิปโชเก มีทีมงานนักวิ่งอาชีพ 41 คนที่ทำหน้าที่เป็น Pacesetter และ Wind Blocker โดยที่ Pacesetter จะวิ่งตามรถนำขบวนที่กำหนดเวลาไว้ที่ระยะทาง 4 นาที 34 วินาทีต่อไมล์ มีนักจักรยานคอยส่งเจลให้พลังงานและน้ำดื่ม ขณะที่นักวิ่งทุกคนสวมใส่รองเท้าที่พื้นทำด้วยคาร์บอน

 

เพียงแต่สำหรับไตรกีฬาแล้ว การควบคุมปัจจัยต่างๆ เป็นไปได้ยากกว่า เพราะมันคือการแข่งขันกีฬา 3 อย่าง ไม่ใช่แค่อย่างเดียว ด้วยระยะทางรวม 140.6 ไมล์ ซึ่งประกอบไปด้วยการว่ายน้ำ 2.4 ไมล์ ขี่จักรยาน 112 ไมล์ และวิ่งอีก 26.2 ไมล์

 

แต่ถึงจะยากแค่ไหน ทั้ง 5 คนเห็นตรงกันว่าพวกเขาต้องการจะทำให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดให้ได้อีกครั้ง เช่นนั้น แม็คคอร์แม็คซึ่งเป็น CEO ของ MANA Sports and Entertainment Group ได้ร่วมกับ Pho3nix Foundation ในการคิดจัดอีเวนต์ ‘Sub7Sub8’

 

โปรเจกต์นี้เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 และเริ่มสำรวจหานักกีฬาที่สนใจและสนามแข่งที่มีความเป็นไปได้ โดยต้องการสร้างสนามที่ผิวน้ำเรียบนิ่งสำหรับช่วงของการว่ายน้ำ และหาเส้นทางที่วนเป็นวงกลมสำหรับการขี่จักรยานและวิ่ง ซึ่งสนามที่ได้รับการเสนอในตอนแรกมีในบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย และสนามเดย์โทนาในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

 

สุดท้ายสนามที่เหมาะสมที่สุดคือ เลาซิตซ์ริง มอเตอร์แทร็ก ในประเทศเยอรมนี โดยมีนักไตรกีฬา 4 คนที่ได้รับเลือกให้ร่วมแข่งขัน

 

นิโคลา สปิริก, คัทรีนา แมตธิวส์, โจ สคิปเปอร์ และ คริสเตียน บลุมเมนเฟลต์ คือ 4 ผู้กล้าที่ขอท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์

 

นิโคลา สปิริก สตรีเหล็กที่เคยเกือบต้องตัดใจ เพราะเกิดอุบัติเหตุใหญ่ระหว่างซ้อม

ภาพ: @Pho3nix_Fdn

 

คนเหล็กทั้ง 4 ได้รับอิสระในการเลือกทีมทั้งหมด 10 คนที่จะคอยช่วยเหลือในการ Pacemaking ตลอดทั้ง 3 ประเภทของการแข่ง ซึ่งปกติแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นทุกคนจะสามารถออกแบบทีมงานได้เองให้เหมาะสมที่สุด เช่น แมตธิวส์ เลือกนักวิ่งอัลตรามาราธอนช่วยในช่วงรอบแรกๆ ของการแข่งมาราธอน ขณะที่ทีมของสคิปเปอร์ใช้เพเซอร์ทั้งหมด 8 คนในช่วงของการขี่จักรยาน

 

นอกเหนือจากความช่วยเหลือจากมนุษย์แล้ว เพื่อจะไปให้ไกลกว่าขีดจำกัดให้ได้ ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเช่นกัน และเทคโนโลยีที่ใช้นั้นถือเป็นสุดยอดทั้งสิ้น


ยกตัวอย่างเช่น ที่แขนของนักกีฬาแต่ละคนจะมีเครื่องมือตรวจจับที่จะวิเคราะห์ระดับนำ้ตาลในเลือด โดยจะคอยเตือนนักกีฬาว่าควรจะต้องกินหรือดื่มอย่างไรตามอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย

 

“มันเหมือนกับการที่พวกเขาคอยเติมข้อมูลให้แก่นักกีฬาด้วยข้อมูลในระดับเรียลไทม์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน” แม็คคอร์แม็ค ที่เคยคว้าแชมป์โลก IRONMAN World Championship ในปี 2007 และ 2010 กล่าว “มันบ้าคลั่งมาก”

 

มาถึงชุดว่ายน้ำบ้าง ชุดว่ายน้ำที่ใช้สำหรับนักกีฬาผลิตจากนีโอพรีนเกรดสูงสุดที่มีค่าการลอยตัวสูงกว่านีโอพรีนทั่วไปถึง 43 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งชุดนี้ทำให้เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2012 อย่างสปิริกถึงกับบอกว่า “ชุดนี้มันแทบลื่นเหมือนหนังปลาแล้ว”

 

จักรยานที่ใช้ก็ไปให้ถึงขั้นสุดยอดเช่นกัน โดยจะไม่มี Top Tube บนเฟรม เพื่อให้นักกีฬาสามารถที่จะปรับตำแหน่งให้ตรงตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics Position) มากขึ้น รวมถึงการปรับตำแหน่งที่ใส่ขวดน้ำทั้งด้านหน้าและหลัง เพื่อให้นักกีฬาสามารถไปให้ได้เร็วยิ่งขึ้น

 

“เราได้ดึงคนที่เก่งที่สุดในโลกมางานนี้ และให้โจทย์กับพวกเขาว่า พวกคุณมีผ้าใบเปล่าๆ อยู่ตรงนี้” แม็คคอร์แม็คกล่าว “ทำอะไรก็ได้ที่จะทำให้ชายและหญิงเหล่านี้ไปให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอ”

 

แดน บิ๊กแฮม ผู้เชี่ยวชาญด้านจักรยาน เป็นหนึ่งในคนที่ถูกดึงมาเพื่อช่วยเหลือในการวางกลยุทธ์สำหรับช่วงการขี่จักรยาน โดยใช้ซอฟต์แวร์ในการคำนวณหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเพเซอร์และควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งในกลุ่มของเพเซอร์

 

ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง เพราะสถิติโลกใน 1 ชั่วโมง หรือระยะทางที่ขี่ได้ในเวลา 60 นาทีนั้นถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง สคิปเปอร์กับบลุมเมนเฟลต์สามารถขี่ในระยะทางเฉลี่ย 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

จักรยานที่ใช้ในงานนี้มีการปรับเปลี่ยนหลายจุด เพื่อให้ทำความเร็วได้สูงสุด

ภาพ: @Pho3nix_Fdn

 

ในช่วงของการวิ่งมาราธอนซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนต้องเย็นลง สคิปเปอร์มีผู้ช่วยที่คอยขี่จักรยานไปข้างๆ โดยมีถังน้ำและสเปรย์คอยฉีดให้ และนักกีฬาทุกคนจะได้ดื่มน้ำที่ปั่นกับน้ำแข็ง เพื่อรักษาอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายให้เย็นลง

 

เรียกได้ว่าทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้ว และที่เหลือนั้นขึ้นอยู่กับตัวของนักกีฬาเองแล้วว่าจะทำได้ไหม

 

โดยคนที่ทุกคนห่วงที่สุดคือสปิริกในวัย 40 ปี ที่จะลงแข่งขันเป็นฤดูกาลสุดท้ายในชีวิต แต่ประสบอุบัติเหตุในระหว่างการซ้อมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จนทำให้ปอดฉีกและไหปลาร้ากับซี่โครงหัก จนความหวังที่จะเป็นนักกีฬาหญิงที่เข้าเส้นชัยไตรกีฬาในเวลาที่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงเลือนราง

 

แม็คคอร์แม็คยังจำภาพที่ได้เห็นในโรงพยาบาลได้ว่า “ผมเห็นภาพเธอมีเครื่องมือกับสายระโยงระยางในโรงพยาบาล ก็เลยบอกให้เธอลืมมันไปเถอะ”        

 

แต่สุดท้ายเธอก็กลับมาได้ และจบการแข่งขันด้วยเวลาที่เหลือเชื่อเช่นเดียวกับนักกีฬาอีก 3 คน

 

สปิริกเข้าเส้นชัยที่เวลา 7 ชั่วโมง 34 นาที 19 วินาที ตามหลังแมตธิวส์ที่เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 7 ชั่วโมง 31 นาที 54 วินาทีอยู่ร่วม 3 นาที แต่ทั้งคู่ทำ ‘Sub8’ ได้สำเร็จ

 

บลุมเมนเฟลต์ แชมป์ไตรกีฬา โตเกียวโอลิมปิก 2020 จากประเทศนอร์เวย์ ก็ทำ ‘Sub7’ ได้เช่นกันด้วยเวลา 6  ชั่วโมง 44 นาที 25 วินาที ขณะที่สคิปเปอร์ตามเข้ามาที่ 6 ชั่วโมง 47 นาที 36 วินาที

 

เรียกได้ว่าพวกเขาทั้ง 4 คนรวมถึงทีมงานทุกคนได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์และนำมนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดได้อีกครั้ง และทำให้เกิดแรงบันดาลใจต่อนักกีฬาและองค์กรอีกมากมายที่อยากจะท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ในแบบเดียวกันบ้าง

 

สำหรับแม็คคอร์แม็คในฐานะแม่งาน ความสำเร็จของ ‘Sub7Sub8’ ในวันนี้ทำให้เขาคิดถึงการท้าทายเวลาให้เร็วขึ้นไปอีกในอนาคต และอยากจะจัดอีเวนต์นี้เป็นประจำทุกปี รวมถึงมองหานักกีฬาที่อายุน้อยกว่านี้ในกีฬาอื่นๆ ที่หลากหลายกว่านี้ด้วย โดยเฉพาะในกีฬาฤดูหนาวอย่างสโนวบอร์ด, สเกตน้ำแข็ง และสกีครอสคันทรี

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระโดดสกีที่เขาได้แรงบันดาลใจจากสารคดีของ เชน แม็คคองกี นักกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่เสียชีวิตจากการกระโดดสกีในปี 2009 และอยากจะทลายขีดจำกัดของกีฬาเหล่านี้อีก

 

“เราต้องการเห็นสิ่งที่เป็นเป้าหมายที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้”

 

เพราะมนุษย์จะไปต่อ ‘To Infinity and Beyond’

 

อ้างอิง:

The post จากแรงบันดาลใจของคิปโชเก สู่ ‘Sub7Sub8’ เมื่อมนุษย์ขอท้าทายขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์อีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ทางการสหรัฐฯ เริ่มสอบสวนคดีพบ 51 ศพในรถบรรทุกที่จอดทิ้งไว้ในเท็กซัส ใกล้ชายแดนติดเม็กซิโก

1 hour 29 min ago

วันนี้ (29 มิถุนายน) ทางการสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นสืบสวนสอบสวนกรณีพบร่างผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 รายภายในรถบรรทุกคันหนึ่งที่จอดทิ้งไว้ที่เมืองซานอันโตนิโอ ในรัฐเท็กซัส ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่บริเวณชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก นับเป็นเหตุน่าสลดที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และลักลอบเข้าประเทศบริเวณแถบชายแดนใกล้กับเม็กซิโกที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด

 

โดยทางการได้ติดตามจนพบตัวคนขับรถและผู้ร่วมลงมืออีก 2 ราย ซึ่งคนขับเป็นพลเมืองอเมริกัน ขณะที่กำลังพักรัษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ขณะที่ผู้ร่วมลงมือก่อเหตุอีก 2 ราย เป็นชายชาวเม็กซิกัน ทั้งคู่ถูกจับกุมขณะอยู่ภายในอาคารหลังหนึ่ง พร้อมถูกตั้งข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย

 

ในจำนวน 51 ศพ เป็นศพผู้ชาย 39 ศพ และศพผู้หญิงอีก 12 ศพ ทั้งหมดถูกอัดอยู่ในรถบรรทุกที่จอดทิ้งไว้บริเวณชานเมืองซานอันโตนิโอ ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงเกือบ 40 องศาเซลเซียส ทางการท้องถิ่นระบุ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นโศกนาฏกรรมที่ยากเกินจะอธิบายได้ ในขณะที่ผู้รอดชีวิตบางส่วนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นลมหมดสติเนื่องจากความร้อนและร่างกายอยู่ในภาวะอ่อนเพลีย 

 

เบื้องต้นมีการยืนยันว่าในจำนวน 51 ศพ เป็นชาวเม็กซิกันอย่างน้อย 27 ศพ เป็นชาวกัวเตมาลา 3 ศพ และเป็นชาวฮอนดูรัสอีก 4 ศพ ขณะศพที่เหลือยังรอการตรวจพิสูจน์และยืนยันสัญชาติ

 

ทางด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดนระบุว่า “การหาประโยชน์จากปัจเจกชนที่เป็นกลุ่มเปราะบางเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่ง” โดยทางการสหรัฐฯ จะเดินเรื่องให้ผู้รอดชีวิตจากรถบรรทุกดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการขออพยพลี้ภัยและพำนักในสหรัฐฯ ชั่วคราวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

 

หน่วยงานของทางการสหรัฐฯ เผยว่ามีผู้เสียชีวิตบริเวณชายแดนฝั่งติดกับเม็กซิโกแล้วอย่างน้อย 557 รายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วกว่าเท่าตัว (247 ราย) และสูงสุดนับตั้งแต่เก็บสถิติมาเมื่อปี 1998 ซึ่งส่วนใหญ่มักเสียชีวิตด้วยโรคลมแดด

 

ภาพ: Go Nakamura / Reuters

อ้างอิง:

The post ทางการสหรัฐฯ เริ่มสอบสวนคดีพบ 51 ศพในรถบรรทุกที่จอดทิ้งไว้ในเท็กซัส ใกล้ชายแดนติดเม็กซิโก appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ตัวแทน Johnny Depp ปฏิเสธข่าวลือว่าเขาจะกลับไปแสดงภาพยนตร์ Pirates of the Caribbean

1 hour 41 min ago

ตั้งแต่ที่การไต่สวนคดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทระหว่าง Johnny Depp (จอห์นนี เดปป์) และ Amber Heard (แอมเบอร์ เฮิร์ด) ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลก แฟนมหากาพย์ภาพยนตร์ Pirates of the Caribbean ต่างก็คาดหวังว่าจะได้เห็น Johnny Depp กลับไปรับบทกัปตัน แจ็ก สแปรโรว์ อีกครั้ง และยังมีข่าวลือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวออกมาอีกมากมาย

 

หนึ่งใน ‘ข่าวลือ’ เหล่านั้นก็คือเรื่องที่ว่า Johnny Depp จะกลับมาแสดงภาพยนตร์ Pirates of the Caribbean ภาคต่อไป โดยได้รับเงินค่าตัวสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1 หมื่นล้านบาท สำหรับการกลับสวมบทกัปตันแจ็ก สแปร์โรว์ ซึ่งล่าสุดแฟนๆ ก็ต้องผิดหวังกันไปตามๆ กัน เพราะตัวแทนของนักแสดงคนดังได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย 

 

แต่คอหนังก็ยังไม่ถึงหมดหวังเสียทีเดียว เนื่องด้วยโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ Pirates อย่าง Jerry Bruckeimer เคยให้สัมภาษณ์กับ The Times เมื่อเดือนก่อน ในช่วงที่ Johnny Depp และอดีตภรรยากำลังต่อสู้กันในชั้นศาล โดยเขากล่าวว่าทางทีมงานกำลังเขียนสคริปต์สำหรับ Pirates ภาคต่อไปทั้งหมด 2 เวอร์ชัน ทั้งในแบบที่มีตัวละครใหม่อย่าง Margot Robbie และในแบบที่ไม่มีเธอด้วยเช่นกัน สำหรับการกลับมาของ Johnny Depp นั้นเขากล่าวว่าเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจกันในอนาคต

 

ถึงแม้ว่าแหล่งข่าววงในมากมายจะแสดงความเห็นแตกต่างกันหลายทิศทางว่าสุดท้ายแล้ว Johnny Depp จะกลับมาแสดงภาพยนตร์ Pirates หรือไม่ โดยมีประเด็นเรื่องความเป็นไปได้ของรายได้จาก Pirates ภาคต่อไปที่มี Johnny Depp หวนมารับบทเป็นตัวละครที่คนทั้งโลกหลงรัก แต่ Johnny Depp ผู้ซึ่งเคยร่วมงานกับ Disney มานานหลายปี ได้กล่าวว่าการถูกถอดออกจากโปรเจกต์ไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็น ‘ผู้กระทำความผิดจนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์’ และเขาก็พูดในชั้นศาลอีกว่าเขาจะไม่ทำงานกับ Disney อีก ถึงแม้ว่าบริษัทจะเสนอเงิน 300 ล้านดอลลาร์ให้เขาก็ตาม

 

ภาพ: Disney

อ้างอิง:

The post ตัวแทน Johnny Depp ปฏิเสธข่าวลือว่าเขาจะกลับไปแสดงภาพยนตร์ Pirates of the Caribbean appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ไทยพาณิชย์สนับสนุนสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan ให้แก่อินโดรามา เวนเจอร์ส 6 พันล้านบาท เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero

1 hour 44 min ago

ธนาคารไทยพาณิชย์ตอกย้ำนโยบายส่งเสริมการเงินที่ยั่งยืน สนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) จำนวน 6,000 ล้านบาท ให้แก่ อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกและผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET รีไซเคิลสำหรับบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องและเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงาน โดยธนาคารไทยพาณิชย์เป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่สนับสนุนสินเชื่อประเภทนี้แก่ IVL

 

ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ให้ความสำคัญทางด้านนโยบายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) มุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ยั่งยืนด้วยการบูรณาการมุมมองทางด้านสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ครบวงจร รวมถึงกระบวนการพิจารณาการให้สินเชื่อที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่าง และยังต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกันด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสนับสนุนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ

 

สำหรับการสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้แก่อินโดรามา เวนเจอร์สครั้งนี้ เป็นหนึ่งในความสำเร็จของธนาคารที่ได้พัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนที่หลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าได้ในทุกมิติ ธนาคารมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้รับความไว้วางใจจาก IVL ให้เป็นธนาคารไทยธนาคารแรกในการสนับสนุนสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan มูลค่า 6,000 ล้านบาทในครั้งนี้ โดยมีความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติทางด้านความยั่งยืนที่มีประสิทธิภาพและมีความเป็นสากลของ IVL และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยสนับสนุนเป้าหมายทางด้านความยั่งยืนให้แก่ IVL สู่การเป็นองค์กร Net Zero อย่างที่ตั้งใจ

 

ดีเค อากาวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เรามีความยินดีที่ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan ในครั้งนี้จากธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ทางด้านการเงินในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย ทั้งยังเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของ IVL ที่มุ่งดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนและร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับโลก

 

โดยความสำเร็จจากการได้รับสนับสนุนสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชย์ นับเป็นสถาบันการเงินไทยแห่งแรกที่ IVL มั่นใจและไว้วางใจให้เป็นผู้สนับสนุนแหล่งเงินทุนประเภทนี้ บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความยั่งยืนและการเติบโตเพื่อยกระดับเศรษฐกิจสังคมที่ดีขึ้นในระยะยาว

 

สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน Sustainability-Linked Loan จำนวน 6,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อระยะยาวที่ธนาคารฯ สนับสนุนให้แก่บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส โกลบอล เซอร์วิสเซส จำกัด (IVGS) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ IVL มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องให้เหมาะสมกับผลการดำเนินงานในอนาคต โดยมีเงื่อนไขการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสำหรับปีที่บริษัทได้รับคะแนนด้านความยั่งยืน (ESG Score) โดย S&P Global ไม่ต่ำกว่าระดับคะแนนที่ทางธนาคารกำหนด ทั้งนี้ บริษัทวางแผนเบิกเงินกู้ในเดือนมิถุนายนนี้

 

 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ไทยพาณิชย์สนับสนุนสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan ให้แก่อินโดรามา เวนเจอร์ส 6 พันล้านบาท เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ดูซีรีส์ Netflix แบบมีโฆษณา! มันจะออกมาในรูปแบบไหน เริ่มช่วงไหน และมันจะดีต่อใจจริงๆ หรือไม่?

1 hour 49 min ago

จากที่สมาชิกเคยต้องไถหน้าจอเพื่อหาหนังดูเพราะไม่รู้จะดูอะไร ต่อไปชาว Netflix อาจจะได้เปลี่ยนเป็นการนั่งรอว่าปุ่ม ‘Skip’ โฆษณาจะขึ้นเมื่อไรแทน เพราะยักษ์ใหญ่แห่งวงการสตรีมมิงเดินหน้าเอาจริงในการหารายได้เพิ่มด้วยการโฆษณาสำหรับรายการซีรีส์โทรทัศน์บนแพลตฟอร์มด้วย

 

เรื่องการหารายได้จากโฆษณาของ Netflix เป็นที่พูดถึงกันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยคาดว่าจะเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่จะสามารถชมรายการโทรทัศน์ที่อยู่บนแพลตฟอร์มซึ่งเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ฮีโร่ของพวกเขาได้ในราคาค่าบริการที่ถูกลง แต่ต้องแลกมาด้วยการมีโฆษณาคั่นระหว่างการรับชม และที่น่าสนใจคือจะมีการผลักดันให้ระบบใหม่ใช้งานได้ภายในสิ้นปีนี้

 

กรอบระยะเวลาดังกล่าวถือว่ากระชั้นอย่างมากสำหรับยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix เพราะการเลือกจะมีโฆษณาบนแพลตฟอร์มนั้นแทบจะเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่ทำมาตลอดอย่างการจ่ายค่าสมาชิก เพื่อชมคอนเทนต์ระดับพรีเมียมโดยไม่มีโฆษณา

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

สิ่งที่เป็นตัวเร้าให้ Netflix ต้องรีบเร่งแบบนี้ เนื่องจากบริษัทประสบปัญหาจำนวนสมาชิกตกลงเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมามีรายงานว่าจำนวนสมาชิกลดลงจากเดิมกว่า 2 แสนราย ผิดจากที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นอีก 2.5 ล้านราย

 

ส่วนหนึ่งของปัญหามาจากการที่มีคู่แข่งอย่าง Disney+ Hotstar และบนแพลตฟอร์มเองก็มีปัญหาเรื่องการแชร์แอ็กเคานต์ที่ไม่ได้เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จนทำให้สูญเสียโอกาสจัดเก็บรายได้จำนวนมากไป ไม่นับเรื่องของการขึ้นค่าบริการในหลายประเทศ ที่แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษก็มีจำนวนสมาชิกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

สัญญาณอันตรายเหล่านี้ทำให้หุ้นของ Netflix ร่วงลงไปกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ มาร์เก็ตแคปหายไปกว่า 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.8 ล้านล้านบาท ส่งผลให้จำเป็นต้องเร่งหารายได้เข้าสู่บริษัทเพื่อทดแทนสิ่งที่สูญเสียไป และคำตอบที่ Netflix คาดหวังไว้คือการหารายได้จากโฆษณา

 

อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนแค่พูด และนั่นทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Netflix มีการพูดคุยกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโฆษณามากมาย ไม่ว่าจะเป็น The Trade Desk, Roku (ที่มีข่าวว่าจะเข้าซื้อกิจการเลยทีเดียว), Comcast และ Google เพื่อ ‘รับฟัง’ แนวทางที่ยักษ์ใหญ่ในวงการเหล่านี้มองเห็นโอกาสที่จะทำรายได้บนแพลตฟอร์มของ Netflix

 

ปัญหาใหญ่ในเวลานี้คือ กรอบระยะเวลาดำเนินการในเรื่องใหญ่ระดับเปลี่ยนทิศทางของบริษัทแบบนี้มีสั้นมาก และนั่นอาจทำให้ Netflix จำเป็นต้องพึ่งพายักษ์ใหญ่เหล่านี้ก่อนในเรื่องของ ‘ระบบหลังบ้าน’ ในระยะสั้น ระหว่างที่รอให้ทีมภายในสร้างระบบที่รองรับและเหมาะสมกับแพลตฟอร์มมากที่สุดในระยะยาว

 

มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา เช่น จะให้โฆษณาขึ้นตอนไหน ซึ่งมีตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่ม ตอนจบ หรือคั่นระหว่างกลาง? และถ้าเป็นอย่างหลังแล้วสำหรับเรื่องใหม่ที่จะสร้างในภายหลังคงไม่มีปัญหาเท่ากับซีรีส์เรื่องเก่าๆ ในการจะกะเกณฑ์จังหวะในการคั่นโฆษณาอย่างไรไม่ให้กระทบต่อความรู้สึกในการรับชมของสมาชิก เพราะซีรีส์อย่าง Narcos หรือ Stranger Things นั้นสร้างโดยไม่ได้คำนึงเผื่อการมีโฆษณามาก่อน

 

จากนั้นคือเรื่องของระบบหลังบ้านที่จะใช้โดยเฉพาะในระยะแรกที่ต้องหวังพึ่ง Engine ซึ่ง The Wall Street Journal รายงานว่ามีตัวเลือกที่ชัดเจนในด้านนี้คือ Comcast และ Google โดยฝ่ายแรกนั้นเคยเป็นคู่แข่งกันมาก่อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่คู่แข่งกัน (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) ซึ่งการจับมือร่วมกันน่าจะดีสำหรับทั้งสองฝ่ายในระยะสั้น ขณะที่ Google นั้นคือบริษัทโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ Netflix ก็ใช้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอยู่แล้ว

 

แต่ปัญหาคือ Google เป็นเจ้าของ YouTube คู่แข่งที่สำคัญที่สุดของ Netflix บนโลกวิดีโอออนไลน์ การ ‘ทับไลน์’ กันแบบนี้ย่อมนำไปสู่คำถามว่าจะเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่ายแน่หรือ

 

สิ่งที่น่ากังวลคือ Netflix ดูรีบร้อนอย่างยิ่งในเรื่องของการขายโฆษณา โดยที่ยังไม่มีการวางแผนหรือแนวทางที่ชัดเจน “สำหรับผมมันดูเหมือนพวกเขายังคิดกันไม่ตกด้วยซ้ำ” อารี ปาปาโร ผู้เชี่ยวชาญในวงการโฆษณาให้ความเห็นกับ Bloomberg

 

การปรับเปลี่ยนแนวทางครั้งนี้แม้จะไม่กระทบต่อกลุ่มสมาชิกที่เสียเงินเดิม แต่ย่อมส่งผลต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นด้วยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งหากก้าวพลาดแม้แค่นิดเดียว อาจหมายถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงได้เลย

 

อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญในวงการโฆษณายังเชื่อว่า Netflix มีโอกาสจะประสบความสำเร็จในแผนการครั้งนี้ Netflix จะยังเป็นบริการสตรีมมิงที่มีฐานผู้ใช้ขนาดยักษ์ มีคอนเทนต์แบบพรีเมียม และมีเทคโนโลยีล้ำหน้า ที่สำคัญตลอดมาพวกเขารู้ตัวดีว่าพวกเขาเก่งเรื่องไหน ส่วนเรื่องอะไรที่ไม่ถนัดก็ปล่อยให้คนอื่นเขาทำไป

 

ถ้ามันเวิร์กเพราะมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่คิดมากเรื่องการโฆษณา Netflix จะสามารถทำรายได้มหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพียงแต่ถ้ามันไม่เวิร์ก ผลลัพธ์นั้นไม่ยากจะคาดเดา ซึ่งแน่นอนว่า Netflix เดิมพันครั้งใหญ่ตานี้พวกเขามีทางเลือกเดียวคือ ‘เสียไม่ได้’ มากกว่า ‘ไม่มีอะไรจะเสีย’

 

ภาพ: Donwilson Odhiambo / Getty Images

อ้างอิง: 

 

 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ดูซีรีส์ Netflix แบบมีโฆษณา! มันจะออกมาในรูปแบบไหน เริ่มช่วงไหน และมันจะดีต่อใจจริงๆ หรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

รายการเฟ้นหาบอยแบนด์ 9low on top เปิดตัว 3 เมนเทอร์ มินจี-จินฮยอก-อูซอก เตรียมสานฝันเส้นทางไอดอล T-Pop

1 hour 56 min ago

อีกเวทีสานฝันที่เปิดตัวได้น่าจับตามอง สำหรับรายการเซอร์ไววัลค้นหาบอยแบนด์สัญชาติไทยที่มีกลิ่นอายของเกาหลีใต้อย่าง 9low on top รายการค้นหาบอยแบนด์หน้าใหม่ ที่ดำเนินการผลิตโดยผู้จัดน้องใหม่ไฟแรง นิต้า-อนิพรรณ เฉลิมบูรณะวงศ์ จับมือร่วมกับบริษัทบันเทิงชั้นนำของวงการบันเทิงเกาหลีใต้อย่าง Showmade เพื่อส่งบอยแบนด์ไทยกลุ่มนี้ไปฝึกฝนต่อที่ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมเซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้สังกัด Showmade Thailand โดยรับสมัครถึงวันที่ 9 กรกฎาคมนี้

 

รายการเซอร์ไววัล 9low on top เปิดคัดเลือกผู้จะมาเป็นศิลปินไอดอลชายแบบไม่จำกัดอายุ ไม่จำกัดความสามารถ และยังเปิดรับกลุ่มทรานส์แมนให้สามารถเข้าร่วมการคัดเลือกได้ด้วยเช่นกัน 

 

หลังจากได้รับเสียงตอบรับอย่างถล่มทลายจากเยาวชนทั่วประเทศแล้ว ยังมีเซอร์ไพรส์เพิ่มเติม โดยการเปิดตัว 3 เมนเทอร์จากฝั่งเกาหลี ที่จะมาคัดสรรศิลปินกลุ่มนี้ด้วยตัวเอง เริ่มด้วยเมนเทอร์สาวตัวแม่อย่าง มินจี อดีตสมาชิกวง 2NE1 เกิร์ลกรุ๊ปยุคบุกเบิกแห่งวงการ K-Pop ที่โด่งดังและประสบความสำเร็จระดับโลก ต่อด้วย อีจินฮยอก นักแสดงและนักร้องมากความสามารถ สมาชิกวง UP10TION ที่ได้เคยเข้าร่วมการแข่งขันในรายการเซอร์ไววัลชื่อดังอย่าง Produce X 101 และสุดท้าย คิมอูซอก ไอดอลมากประสบการณ์ที่ผ่านการเดบิวต์ในนามสมาชิกวง UP10TION และ X1 จากรายการเซอร์ไววัลชื่อดังอย่าง Produce X 101 ร่วมกับเมนเทอร์จากฝั่งไทยอีก 3 คนที่จะเปิดเผยรายชื่อออกมาในภายหลัง

 

รายการ 9low on top เตรียมเปิดประสบการณ์ค้นหาไอดอลหน้าใหม่ พร้อมคัดเลือกผู้เข้าแข่งขัน 99 คนสุดท้ายที่มากความสามารถมาประชันการร้อง การเต้น จากการเทรนด์โดยมืออาชีพจากเกาหลีใต้ ขึ้นเวทีออนสเตจแบบตื่นเต้นเร้าใจในทุกสัปดาห์ พร้อมแถลงข่าวเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่จากทีมรัฐมนตรีจากไทยและเกาหลีใต้ รวมถึงเมนเทอร์จากทั้งไทยและเกาหลีแบบจัดเต็ม 6 คน ในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ ที่ Centra by Centara Government & Convention Chaeng Watthana 

 

สมัครเข้าร่วมการออดิชันได้ที่

https://0gewltihqt1.typeform.com/to/jpVEzZCY  

The post รายการเฟ้นหาบอยแบนด์ 9low on top เปิดตัว 3 เมนเทอร์ มินจี-จินฮยอก-อูซอก เตรียมสานฝันเส้นทางไอดอล T-Pop appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

HITORI SHABU ชาบูและสุกี้ยากี้สูตรคันไซ เสิร์ฟแยกหม้อให้กินส่วนตัว 11 ก.ค. นี้

2 hours 15 min ago

ใครชอบแอบไปกินชาบูกับสุกี้ยากี้คนเดียวไม่ง้อกลุ่มใหญ่ห้ามพลาด HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกี้ยากี้พรีเมียม ที่มาในสไตล์ Personal Pot & Authentic Hidden Gem อร่อยแยกหม้อเหมือนกินที่ญี่ปุ่น พร้อมเปิดวันที่ 11 ก.ค. นี้

 

HITORI SHABU ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ในเครือ MAGURO Group ขอเอาใจคนชอบกินชาบูและสุกี้ยากี้แยกหม้อ ที่โดดเด่นด้วยรสชาติดั้งเดิมตามแบบฉบับของคันไซ และการใช้วัตถุดิบพรีเมียม ที่ใช้เนื้อวัวนำเข้าจากญี่ปุ่นและฝรั่งเศส เช่น เนื้อวัวสายพันธ์ Akita A5 (เซ็ตละ 1,290 บาท) จากเมืองอาคิตะ (Akita) ที่อยู่ตอนเหนือของญี่ปุ่น เนื้อวัวสายพันธุ์วากิวจากจังหวัดคาโกชิมะ (เซ็ตละ 1,290 บาท) หรือ Kyushu F1 (เซ็ตละ 890 บาท) ซึ่งเป็นเนื้อวัวลูกครึ่งวากิวจากเกาะคิวชู หรือเนื้อวัวพันธุ์ชาร์โรเลส์ (เซ็ตละ 480 บาท) ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองชาโรลส์ (Charolles) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเนื้อคุณภาพสูง นุ่ม ได้รสเนื้อที่เต็มรสชาติแต่มาในราคาคุ้มค่า

 

 

แต่สำหรับคนไม่กินเนื้อที่นี่ใช้เนื้อหมู Iberico Pork (เซ็ตละ 580 บาท) ซึ่งเป็นหมูดำคุณภาพเยี่ยมสายพันธุ์พิเศษจากประเทศสเปน และคุโรบูตะสำหรับส่วนสามชั้นและสันคอ นอกจากนั้นยังมีซีฟู้ด (เซ็ตละ 600 บาท) ที่มีปลามาได ปลาฮามาจิ หรือกุ้งอามะเอบิ ในเซ็ตจะมาพร้อมข้าวญี่ปุ่นโคชิฮิคาริ ข้าวที่ถือเป็นสายพันธุ์อันดับ 1 ของญี่ปุ่น หรือเส้นอุด้งญี่ปุ่นก็มีให้เลือก มีผักสด และขนมหวานอย่างซอฟต์เสิร์ฟชาเขียวให้กินล้างปากอีกด้วย

 

สำหรับคนไม่กินเนื้อที่นี่ใช้เนื้อหมู Iberico Pork (เซ็ตละ 580 บาท)

 

HITORI SHABU ตั้งอยู่ที่สยามพารากอน ชั้น G สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/hitorishabu หรือ Line: @hitorishabu

The post HITORI SHABU ชาบูและสุกี้ยากี้สูตรคันไซ เสิร์ฟแยกหม้อให้กินส่วนตัว 11 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ราคา Bitcoin ดิ่งหลุด 20,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ตลาดจับตาดูรายงานตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ และคำแถลงของพาวเวลล์คืนนี้

2 hours 42 min ago

สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกรวมถึงตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเจอกับแรงเทขายอีกครั้ง ราคา Bitcoin (BTC) ลดลงต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดกำลังรอคอยการเปิดเผยรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของสหรัฐฯ และการขึ้นแถลงของ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในคืนนี้ (29 มิถุนายน) เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

Bitcoin หลุดต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์

ขณะที่ตลาดกำลังรอคอยการเผยแพร่ตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของสหรัฐฯ และจับตาดูคำแถลงของ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อดูว่าธนาคารกลางจะมีทิศทางนโยบายการเงินอย่างไรต่อไป ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีและสินทรัพย์เสี่ยงกำลังอยู่ในช่วงระมัดระวังก่อนการเผยแพร่สองเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว

 

ณ เวลา 14.25 น. ราคา Bitcoin กำลังซื้อขายอย่างผันผวนอยู่ที่ 19,990.53 ดอลลาร์ ราคาได้ปรับตัวลง 4.2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่ Ethereum สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่อันดับ 2 ซื้อขายที่ 1,125 ดอลลาร์ 

 

 

โดยลดลงประมาณ 6.9% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (ตามข้อมูลจาก CoinGecko)

 

ขณะที่คริปโตส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวลดลงตาม Bitcoin แต่ดูเหมือนว่าเหรียญ LUNA Classic (LUNC) ซึ่งเป็นเหรียญ LUNA ตัวเก่าของเครือข่าย Terra ได้ปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด ราคาพุ่งขึ้นถึง 59.3% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นมากถึง 132.6% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา โดยกำลังซื้อขายอยู่ที่ 0.00013736 ดอลลาร์

 

สำหรับตัวเลข GDP ที่จะถูกเผยแพร่ในคืนนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) หรือไม่ และสิ่งนี้อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยต่อไป

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

 

 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ราคา Bitcoin ดิ่งหลุด 20,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ตลาดจับตาดูรายงานตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ และคำแถลงของพาวเวลล์คืนนี้ appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ไอ้สอง ซิงเกิลใหม่จาก TaitosmitH Feat. เบน ชลาทิศ ที่เป็นกระบอกเสียงให้กับทุกคนว่าการได้เป็นตัวเองคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

2 hours 48 min ago

ดูเหมือนว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนแห่งความหลากหลายนั้นจะเต็มไปด้วยสื่อบันเทิงเกี่ยวกับเพศสภาพมากมาย โดยค่ำคืนที่ผ่านมา (28 มิถุนายน) ไททศมิตรก็ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุดอย่าง ไอ้สอง เพื่อร่วมสนับสนุนการยอมรับในความหลากหลายทางเพศบนโลกใบนี้ พร้อมกับได้นักร้องฝีมือดีอย่าง เบน ชลาทิศ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสื่อสารบทเพลงนี้ให้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำจุดยืนในการเป็นกระบอกเสียงสื่อสารเรื่องราวของสังคมอย่างแท้จริง

 

 

โดยในมิวสิกวิดีโอจะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่หัวใจของเขานั้นเป็นผู้หญิง โดยมักจะแสดงออกด้วยการแต่งตัว กิริยา และท่าทาง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขาจากพ่อที่อยากให้ลูกชายของตนทำตัวให้สมกับเป็นผู้ชายด้วยการจะให้ไปเป็นทหาร แต่เด็กชายนั้นก็ยังคงทำตามสิ่งที่หัวใจปรารถนาแม้พ่อของเขาจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

 

 

ด้วยวิชวลสุดอลังการในรูปแบบละครเวทีที่คอนทราสต์กับความเป็นชนบท ก็ทำให้พื้นหลังของมิวสิกวิดีโอตัวนี้มีพลังในการขับเคลื่อนเรื่องราวที่จะนำเสนอเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้การขับร้องในสไตล์ที่สนุกสนานของจ๋ายและโมส รวมไปถึงจริตของเบน ชลาทิศ ก็ทำให้เรื่องราวที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องที่ดูสบายอารมณ์แทน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของการนำเสนอเพลงนี้เลยก็ว่าได้

 

และนอกจากนี้มิวสิกวิดีโอตัวนี้ยังได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง ต้องเต-ธิติ ศรีนวล จากกลุ่ม ไทบ้าน มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘ไอ้สอง’ ผ่านอีกมุมมองที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

 

 

โดย จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี (นักร้องนำ) ยังได้ออกมาเล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำเพลงนี้ว่า เขาได้ไอเดียมาจากรุ่นน้องคนหนึ่งในสมัยที่เรียนอยู่ในภาควิชาศิลปะการแสดง ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางเพศ โดยน้องคนนี้มีพ่อ-แม่ที่เป็นข้าราชการแล้วอยากให้ลูกดำเนินรอยตามตน ทำให้เขาต้องปิดบังเพศสภาพที่แท้จริงของตัวเองไว้เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับครอบครัวได้อย่างปกติสุขที่สุด ในความขมขื่นและการต่อสู้ของรุ่นน้องคนนี้ เขามักจะบอกกล่าวกับคนอื่นว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ หรือเรื่องตลกเรื่องหนึ่งเท่านั้น

 

นอกจากนี้ไททศมิตรยังออกมากล่าวทิ้งท้ายถึงผลงานเพลงล่าสุดของพวกเขาว่า

 

“วงเพื่อชีวิตหรือวงร็อกที่ผ่านมา จากเท่าที่ดูยังไม่เคยมีใครเล่าเรื่องถึงกลุ่มเพศทางเลือกตลอดจนความหลากหลายในสังคมมากนัก คนมักจะมองว่าเพื่อชีวิตก็จะเถื่อนๆ แข็งกระด้าง แต่กลับกันถ้าวงแบบไททศมิตรรู้และเข้าใจถึงเรื่องนี้ ทุกคนหรือแฟนเพลงก็จะเห็นเป็นแบบอย่างว่า ไม่ว่าภายนอกจะดูแข็งกร้าว จะดุแค่ไหน แต่ก็ยังเคารพและให้เกียรติกันกับเพื่อนมนุษย์ทุกเพศทุกวัยอยู่เสมอ ผมคิดว่าปีนี้ก็ปี 2022 แล้ว สิทธิความเป็นมนุษย์โลกไม่ว่าจะเพศใดก็ตาม ควรเท่าเทียมและให้เกียรติซึ่งกันและกัน แล้วผมก็หวังว่าเพลงนี้จะเป็นอีกพลังที่ขับเคลื่อนสังคมของมนุษย์ให้สวยงามและมีความสุขยิ่งขึ้นเช่นกัน”

 

สามารถฟังเพลงและรับชมมิวสิกวิดีโอ ไอ้สอง ได้ที่นี่

 

The post ไอ้สอง ซิงเกิลใหม่จาก TaitosmitH Feat. เบน ชลาทิศ ที่เป็นกระบอกเสียงให้กับทุกคนว่าการได้เป็นตัวเองคือสิ่งที่สำคัญที่สุด appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ชมคลิป: ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ในสิงคโปร์พุ่ง 20-40% หลังจากที่กลับมาเปิดประเทศเต็มตัว | THE STANDARD WEALTH

2 hours 54 min ago
  • ค่าเช่าที่อยู่อาศัยในสิงคโปร์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ราว 20-40% โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ อ้างอิงข้อมูลจากนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ 10 แห่ง โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่สิงคโปร์กลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง และส่วนหนึ่งก็เป็นการย้ายมาจากฮ่องกง

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ในสิงคโปร์พุ่ง 20-40% หลังจากที่กลับมาเปิดประเทศเต็มตัว | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

ชัชชาติรับข้อเสนอ 5 ข้อสภาองค์กรของผู้บริโภค ไปพิจารณา ย้ำค่ารถไฟฟ้า BTS ที่ขอมา 44 บาท ต้องคิดละเอียด ชี้เรื่องสัญญาที่ยาวถึงปี 2585 คืออุปสรรค

2 hours 57 min ago

วันนี้ (29 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เข้าหารือและรับหนังสือข้อเสนอแนะจากตัวแทนสภาองค์กรของผู้บริโภค สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค และภาคประชาชน ถึงประเด็นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS 

 

ภายหลังการหารือ สารีกล่าวว่า การพบผู้ว่าฯ กทม.วันนี้ เพื่อต้องการให้ กทม. รับฟังปัญหาของผู้บริโภคที่เป็นคนกรุงเทพฯ ว่าต้องเจอความยากลำบากในการใช้บริการรถไฟฟ้า BTS โดยเฉพาะปัญหาเรื่องราคาค่าโดยสารแพง

 

โดยวันนี้ได้ยื่นข้อเสนอ 5 ข้อ คือ

 

  1. ขอให้ยกเลิกราคา 59 บาท เพราะจะทำให้เกิดเพดานราคาสูง ทำให้คนไม่สามารถใช้ได้ทุกวัน ซึ่งถ้าให้เป็นราคาตลอดสาย อาจส่งผลต่อการเข้าถึงการใช้บริการของผู้บริโภค

 

  1. ขอให้ กทม. เก็บค่าโดยสารที่ 44 บาทตลอดสาย ทั้งสองฝั่งของส่วนต่อขยาย เพื่อดูแลบริษัทรับสัมปทาน และเพื่อเป็นต้นแบบให้กับรถไฟฟ้าสายอื่นต่อไป เนื่องจากไม่มีประเทศไหนที่คิดค่าบริการประชาชนเท่ากับเงินที่ลงทุนไป เพื่อให้เป็นมิตรกับผู้บริโภคที่จะสามารถใช้บริการได้ แต่รัฐบาลจะต้องเข้ามาสนับสนุนค่าบริการบางส่วน 

 

  1. ขอให้มีการแก้ไขสัญญาการเดินรถที่ต่อสัญญาไปถึงปี 2585 ซึ่งเป็นการทำสัญญาเกินสัญญาสัมปทาน เพราะสัญญาสัมปทานจะหมดในปี 2572 จึงขอให้หาทางแก้ปัญหานี้ หากยกเลิกการเดินรถที่เกินสัญญาสัมปทานได้ เชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคได้ราคาที่เป็นมิตรมากขึ้น

 

  1. สนับสนุนให้ กทม. ไม่ต่อสัญญาสัมปทาน และขอให้ใช้วิธีการประมูลแข่งขันการทำสัญญากับเอกชน 

 

  1. เสนอว่าหลังหมดสัญญาสัมปทานในปี 2572 ราคาค่าบริการควรอยู่ที่ 25 บาท และขอให้กลับมาใช้ตั๋วรายเดือนและตั๋วนักเรียน พร้อมเปิดเผยสัญญาสัมปทานใหม่ 

   

ด้านชัชชาติกล่าวว่า สำหรับข้อเสนอทั้ง 5 ข้อนั้น เรื่องค่าบริการ 59 บาท กับ 44 บาท เบื้องต้นจะลองพิจารณากรอบราคา 44 บาท ว่าถ้าใช้ราคาเท่านี้ กทม. ต้องชดเชยเงินเท่าไร และถ้า 59 บาท ต้องชดเชยเงินเท่าไร แล้วจะนำมาให้สภาผู้บริโภคฯ พิจารณาอีกครั้ง 

 

ซึ่งการกำหนดราคา 59 บาท เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ตามข้อเสนอแนะของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ซึ่งปัจจุบันการให้บริการรถไฟฟ้า BTS ในพื้นที่ส่วนที่เป็นในเมืองเดิมก็คิดราคา 44 บาทอยู่แล้ว หากคิดราคาตลอดสายรวมส่วนต่อขยายในราคา 44 บาทเท่าเดิม การวิ่งส่วนต่อขยายส่วนที่ 1-2 เท่ากับ กทม. ไม่ได้เงินเลย ดังนั้นต้องไปดูความเป็นไปได้ว่าจะต้องจ่ายเงินชดเชยเท่าไร และต้องไปเปรียบเทียบกับค่าโดยสารสายอื่นด้วย

 

ชัชชาติกล่าวต่อไปว่า ในส่วนการเปิดเผยสัญญาสัมปทานนั้น ในข้อสัญญามีข้อตกลงว่าห้ามเปิดเผย ดังนั้นต้องดูข้อกฎหมายว่าจะเปิดได้หรือไม่อีกที ซึ่งวันนี้เป็นการรับข้อเสนอ ส่วนตัวถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและจะต้องดูให้สมดุล มีทั้งคนที่ใช้รถไฟฟ้า BTS และไม่ใช้รถไฟฟ้า BTS ซึ่งจะต้องดำเนินการส่วนนี้ด้วย

 

ทั้งนี้ สัญญาว่าจ้างเดินรถที่ลงนามไว้แล้วจากปี 2572 ไปสิ้นสุดปี 2585 คือปัญหาหลักที่เจอ ทำให้การตัดสินใจของ กทม. เป็นไปได้ยาก เพราะมีการลงนามไปแล้ว และในส่วนค่าใช้จ่ายกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ต้องไปดูว่าทำอย่างไรให้สัญญาการจ้างเดินรถไม่ต้องถึงปี 2585 และหากได้กลับมาหมดสัญญาสัมปทานปี 2572 ก็จะทำให้เกิดการประมูลใหม่ มีการแข่งขันที่เป็นธรรมขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นภาระหนี้สินที่ กทม. ยังติดค้างจ่ายเอกชนค่าจ้างเดินรถและหน่วยงานรัฐจากหนี้โครงสร้างพื้นฐาน ชัชชาติกล่าวว่า หากต้องจ่ายจะต้องมีความชัดเจนว่าหนี้ที่มีนั้นที่มาที่ไปของภาระหนี้ที่เกิดขึ้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะจากเอกชน และจะต้องพิจารณาด้วยว่าเงินที่จะนำมาชำระมาจากแหล่งเงินกู้ใด ซึ่งหากกู้เงินจากหน่วยงานรัฐ ดอกเบี้ยก็จะถูกกว่าเอกชน และส่วนใดที่รัฐบาลจะเข้ามาสนับสนุน กทม.

 

The post ชัชชาติรับข้อเสนอ 5 ข้อสภาองค์กรของผู้บริโภค ไปพิจารณา ย้ำค่ารถไฟฟ้า BTS ที่ขอมา 44 บาท ต้องคิดละเอียด ชี้เรื่องสัญญาที่ยาวถึงปี 2585 คืออุปสรรค appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง เป็นศิลปินแรกบน YouTube ที่มี 75 ล้าน Subscribers

3 hours 2 min ago

ยังคงเดินหน้าสร้างสถิติใหม่อยู่เรื่อยๆ สำหรับ 4 สาววง BLACKPINK ที่ล่าสุดเป็นศิลปินแรกบน YouTube ที่มีเกิน 75 ล้าน Subscribers หลังจากที่เมื่อเดือนกันยายน ปี 2021 พวกเธอได้สร้างสถิติเป็นศิลปินที่มี Subscribers สูงสุดแซงหน้า Justin Bieber ได้สำเร็จ

 

“เหล่าบรรดา BLINK ทำให้เราสร้างสถิตินี้ได้ ซึ่งเราจะเดินหน้าสร้างพลังบวกและความสุขกับมิวสิกวิดีโอที่เราทำต่อไป” ทางวงได้เผยเกี่ยวกับความสำเร็จในครั้งนี้

 

สำหรับวิดีโอของ BLACKPINK ที่มีผู้ชมเยอะที่สุด ณ เวลานี้ยังคงเป็นมิวสิกวิดีโอเพลง 뚜두뚜두 (DDU-DU DDU-DU) ที่ 1.8 พันล้านวิว ต่อด้วย Kill This Love ที่ 1.6 พันล้านวิว และ 붐바야 (BOOMBAYAH) ซิงเกิลเดบิวต์ที่ 1.4 พันล้านวิว ส่วนหากดูผลงานเดี่ยว มิวสิกวิดีโอที่ทำยอดวิวสูงสุดบน YouTube ก็คือ Solo ของ Jennie ที่ 833 ล้านวิว และต่อด้วย Money เวอร์ชัน Exclusive Performance Video ของ Lisa กับยอด 608 ล้านวิว ซึ่งปล่อยออกมายังไม่ถึงปี

 

หากดูยอด Subscribers ของศิลปินอื่น ทาง Justin Bieber ยังคงอยู่ที่อันดับ 2 ด้วย 69.3 ล้าน และต่อด้วยวง BTS ด้วยยอด 68.7 ล้าน

 

หมายเหตุ: ยอดของวันที่ 29 มิถุนายน 2022

 

ภาพ: YG

อ้างอิง:

The post BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง เป็นศิลปินแรกบน YouTube ที่มี 75 ล้าน Subscribers appeared first on THE STANDARD.

Categories: New Media

Pages